ad code

Monday, January 23, 2017

7 ปีวีแกน : สุขภาพจิตดี รักตัวเองมากขึ้น

แค่มองก็มีความสุข :)


สำหรับเฟิร์สการเลือกอาหารก็เหมือนเลือกคู่ชีวิต นอกจากจะรสชาดดีถูกใจแล้วอย่างน้อยๆมันต้อง 1.ไม่ก่อให้เกิดโรคทางกาย  2. ไม่ทำร้ายสุขภาพจิต ใช่ค่ะ อาหารนั้นก็มีผลต่อสุขภาพจิตด้วยนะ เพราะนอกจากร่างกายเราจะเอาสารอาหารมาหล่อเลี้ยงอวัยวะต่างๆแล้ว มันยังดูดซับเอาพลังงานในนั้นมาด้วยซึ่งส่งผลต่ออารมณ์และจิตใจเราอย่างมาก ยังไงอะเหรอ? ขอเกริ่นว่า ปกติแล้วผู้ป่วยที่มีอาการซึมเศร้าจะมีสารความสุข (เซโรโทนิน) ในสมองน้อยกว่าคนที่มีสุขภาพจิตดี หมอโรคจิตเวชก็จะให้กินยาต้านเครียดอย่างโพรแซคที่มีผลช่วยเปิดประตูให้สารความสุขมันหลั่งไหลออกมา แต่จริงๆแล้วในผักผลไม้ก็มีสารความสุขนี้อยู่ด้วยเหมือนกัน หมอไมเคิล เกร็กเกอร์ เล่าว่า


ารมณ์ดีเพราะวีแกนไดเอท

"เรารู้ว่าการกินผักผลไม้ช่วยให้อารมณ์ดี แต่ก็ยังไม่เคลียร์จนมีการเอาคนกลุ่มนึงที่ปกติกินเนื้อสัตว์มาทำการทดลองงดเนื้อ นม ไข่ หลังจาก 2 อาทิตย์ก็พบว่าอาการซึมเศร้า วิตกกังวลของพวกเค้าลดน้อยลง เป็นเพราะในผักผลไม้มันมีสารให้ความสุขทั้งเซโรโทนินและโดปามีน จึงมีการรักษาคนไข้ด้วยผลไม้อย่าง สัปปะรด, กล้วย, กีวี่, พลัม, มะเขือเทศ ส้ม ฯ ส่วนผลข้างเคียงของการรักษาด้วยผลไม้ก็คงจะมีแค่เม็ดติดฟันเท่านั้น"


ยาแก้เครียดกินแล้วทำให้อยากฆ่าตัวตาย?!



ขอพูดถึงผลข้างเคียงจากยาแก้โรคเครียดหน่อยแต่อ่านแล้วอาจต้องร้อง ปวดหัวเลยกรู! เพราะไม่ใช่แค่อันตรายจนอาจถึงชีวิต แต่ทำร้ายสุขภาพจิตด้วยเห้ย! ทั้งเห็นภาพหลอน, วิตกกังวล, อารมณ์รุนแรง, เครียด, ซึมเศร้า, เซโรโทนินซินโดรม แต่ที่หนักเลยคือเสี่ยงให้เกิดความคิดอยากฆ่าตัวตายด้วย! สรุปว่ามันช่วยแก้หรือทำให้แย่หนักกว่าเก่าล่ะ? มีข้อมูลบอกว่ายาพวกนี้เปรียบได้กับ Placebo หรือยาแป้งที่ไม่มีประสิทธิภาพในการรักษา คิดเอาเองว่าคนไข้หรือคนขายที่ได้ประโยชน์กันแน่?

กลับมาเรื่องผลกระทบของอาหารจำพวกเนื้อสัตว์กันบ้างที่ต่างจากผักผลไม้อย่างสิ้นเชิงนอกจากจะทำให้เสียสุขภาพกายแล้วสุขภาพจิตก็แย่ด้วย งานวิจัยนี้บอกว่าขณะที่สัตว์มันกำลังต่อคิวเป็นรายต่อไปที่จะโดนเชือดคอ ฮอร์โมนความเครียดหรืออะดรีนาลีนจะสูบฉีดออกมาทั่วร่างของมัน หมู วัวและไก่มีสารเหล่านี้เยอะมาก แต่หมามีเยอะกว่าอีกเพราะหมาแสดงอารมณ์มากกว่า พอเรากินเนื้อมัน สารเหล่านี้ก็ส่งผ่านเข้าสู่กระแสเลือดของเราแทน ส่งผลทำให้ความมีชีวิตชีวา ความกระปรี้กระเปร่าของเราน้อยลง, Sex Drive ก็ต่ำลงด้วย ยังไม่หมดแค่นั้น มีการทดลองเอากลุ่มคนมากินอาหารที่มีโปรตีนจากสัตว์สูงๆอย่างเนื้อสัตว์และชีส หลังจากครึ่งชั่วโมง ระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลหรือสารเครียดในเลือดของพวกเค้าก็พุ่งสูงขึ้น เปรียบดังพลังแห่งความมืดเข้าครอบงำ! ก็ลองคิดดูว่าอาหารที่มันมาจากชีวิตไม่เต็มใจอยากเป็นอาหาร ก็แปลได้ว่ามันไม่ได้ถูกกำหนดให้เป็นอาหารเราตั้งแต่แรกแล้ว และมันจะดีกับร่างกายและจิตใจเราได้ไง จริงมั้ยล่ะ? 



นั่นแหละค่ะ มันถึงมีคนที่เป็นโรคเครียด โรคซึมเศร้าเค้าหันมากินแบบวีแกนแล้วรักษาโรคทางจิตกันได้เยอะมว้าก พวกวีแกนยูทูบเบอร์ต่างๆหลายต่อหลายคนก็อัดวีดีโอเล่ากันเยอะว่ารักษาอาการเครียดวิตกซึมเศร้าได้ แม้แต่หมอจิตวิทยาที่เป็นยูทูบเบอร์ Ralph Smart  หนึ่งในยูทูบเบอร์คนโปรดของเฟิร์ส ฮีเป็นวีแกนมา 12 ปี เค้าเล่าประมาณว่า 


ให้ร่างกายเป็นสวนผักผลไม้ไม่ใช่สุสานเก็บศพ

"เมื่อสิบปีที่แล้วสมัยใกล้เรียนจบด้านจิตวิทยา ตอนนั้นผมอ้วนมากและขี้ไม่ออกอย่างหนัก เกิดอาการแพนิคตื่นคนเวลาอยู่ในที่สาธารณะ  ชอบกังวล เครียด ซึมเศร้า ผมเลยลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงการกินเป็นแบบวีแกน เพราะอาหารที่เรากินมันส่งผลกับจิตใต้สำนึกของเราด้วย อาจารย์ผมบอกว่าความกลัวของสัตว์ที่ถูกทรมานโดนฆ่าทั้งเป็น พลังงานนั้นไม่หายไปไหนแต่ถูกถ่ายทอดเข้าร่างกายของเรา ที่เรียกว่า Fearful Food (อาหารแห่งความกลัว) ตอนนี้อาการเหล่านั้นมันกลายเป็นอดีตไปแล้ว จิตใจผมสงบขึ้นมากหลังจากเปลี่ยนการกินมาเป็นวีแกนหรือ Karma Free Food (อาหารไร้กรรม) พอผมหยุดกินเนื้อสัตว์ ผมรู้ว่าช่วยชีวิตสัตว์อย่างน้อยๆ ก็ปีละ 300-500 ตัว และมันทำให้ผมมีความเมตตามากขึ้นต่อสัตว์และนั่นก็เป็นสิ่งที่เพิ่มความสุขให้ผมด้วยนะ"

ขอเล่าเกี่ยวกับประสบการณ์ของเฟิร์สเองบ้างว่าสุขภาพจิตมันดีขึ้นยังไง ต้องบอกว่าถ้าเทียบกับสมัยก่อนมันดีขึ้นมากจริงๆ เพราะเคยปรี๊ดแตกหงุดหงิดง่าย ใจร้อน เป็นมาตั้งแต่เด็ก แต่พีคสุดก็ช่วงที่กินยาลดความอ้วนห้าปีตั้งแต่ 17 เพราะร่างกายมันเหนื่อยง่าย ขี้ร้อน เหงื่อออกก็พาลใส่คนรอบตัวทันที และก็คงเหมือนกับคนไทยหลายๆคนที่วัยเด็กเราโดนตีทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน ซึ่งมันส่งผลกับสุขภาพจิตทำให้เกิดอารมณ์รุนแรงก้าวร้าว ซึมเศร้า เครียดในตอนโตด้วย แต่ตอนนี้รู้เลยว่า จิตใจสงบ มีสติรู้ตัวเวลาฟุ้งซ่าน ได้ยินเสียงในหัวตัวเองชัดขึ้น อารมณ์ดีขึ้น ปล่อยวางได้ง่ายขึ้น บล็อกนี้เกิดขึ้นได้ก็เพราะว่าเปลี่ยนมากินแบบมังสวิรัตินี่แหละ จากแต่ก่อนไม่มีทางที่จะมานั่งเขียนอะไรแบบนี้คงจะอยากไปผับหรือหลับยังสนุกกว่า ไม่ใช่ว่าหยุดกินสัตว์แล้วทำให้อยากเขียนหนังสือ แต่สมองมันโล่ง จิตมันนิ่งขึ้น จนทำให้รู้ว่าตัวเองชอบอะไร ทำอะไรแล้วมีความสุข มีพลังงานมากพอที่จะตัดสินใจและทำให้มันเกิดขึ้น พอได้ทำในสิ่งที่ชอบมันก็ต่อยอดให้รู้สึกดีกับตัวเอง รู้สึกสนุกพร้อมๆกับได้ให้ประโยชน์กับคนอ่านก็ยิ่งรู้สึกดีขึ้นด้วย


และรู้มั้ยว่าคนที่สอนโยคะและทำโยคะส่วนใหญ่เค้าก็กินมังสวิรัติ และเหตุผลหลักก็เพื่อจิตใจที่สงบขึ้น  เพราะจริงๆแล้วโยคะไม่ใช่การออกกำลังให้ร่างกายแต่เป็นการฝึกให้จิตแข็งแรง มีสมาธิมากกว่าเดิม จนมันมีชื่อเรียกว่า "โยคีไดเอท" น่าสนใจที่อัจฉริยะหลายๆคนก็กินมังสวิรัติด้วยนะ ก็ไม่รู้ว่าการกินมังสวิรัติทำให้เป็นอัจฉริยะ หรือคนอัจฉริยะชอบกินมังสวิรัติ? แต่มันก็ดีที่ได้รู้ว่าสมองที่ใช้คิดอะไรยากๆ และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ไม่จำเป็นต้องกินสัตว์ ตรงกันข้ามการไม่กินสัตว์อาจจะมีส่วนให้ใช้สมองได้ดีก็ได้ล่ะมั้ง

เหล่าอัจฉริยะที่เป็นมังสวิรัติ

เมื่อใดที่รักตัวเองอย่างแท้จริงก็จะไม่อยากทำร้ายคนอื่น

ถ้าสงสัยว่าการหยุดกินเนื้อสัตว์มันจะทำให้มีความสุขได้ไงอะ ต้องหยุดกินของที่เคยชอบมากๆทั้งชีวิตเนี่ยนะ? นั่นแหละถึงได้เปรียบไว้ตั้งแต่บรรทัดแรกของบทความนี้ว่ามันก็เหมือนกับการเลือกแฟน เราอาจจะเคยคิดว่าขาดมันไม่ได้ แต่ถ้ามันแย่ต่อสุขภาพทั้งกายใจ การตัดออกจากชีวิตคือเรื่องที่ดีกว่าแน่ในระยะยาว มันอาจจะยากแต่มันคุ้มค่ามากถ้าทำได้ และทำให้เรารักและเคารพตัวเองมากขึ้นด้วย เพราะเมื่อเราเข้มแข็งพอที่จะตัดสิ่งที่แย่ออกจากชีวิต และพยามฝึกให้ตัวเองกินอาหารที่ดีจริงๆเท่านั้น มันก็จะเกิดความภูมิใจขึ้นมาว่าเรากำลังทำสิ่งที่ดีให้ตัวเอง และการรักตัวเองจะทำให้เกิดการยอมรับในตัวตนของเรามากขึ้น ช่วยเพิ่มความมั่นใจมากขึ้นจากภายในไม่ใช่แค่ภายนอก ยกตัวอย่างแต่ก่อนเฟิร์สเคยต้องเป๊ะกับการแต่งหน้าเวลาออกไปแค่ปากซอยหรือเซเว่น แต่ตอนนี้ไม่แคร์กับสายตาคนอื่นมากเท่าเก่าอีกแล้ว (แม้แต่เพื่อนๆยังทักว่าเดี๋ยวนี้ไม่แต่งหน้าจัดเหมือนเมื่อก่อนแล้วหรอ) คงเพราะรู้ว่ากำลังทำสิ่งที่ดีที่ให้ตัวเองอยู่นั่นคือการกินเพื่อสุขภาพที่ดีนี่แหละ เมื่อรู้สึกดีจากภายในมันก็ส่งมาถึงภายนอกด้วย และเมื่อเรายอมรับตัวเองได้ มันก็หมายถึงเรามีความสัมพันธ์ที่ดีกับตัวเอง และมันคือจุดเริ่มต้นที่ดีก่อนที่จะมีความสัมพันธ์อันดีกับคนอื่นด้วยนะ

ขอจบไปพร้อมๆกับขอเชียร์ถ้าใครที่มีปัญหาเรื่องอาการซึมเศร้าจิตตกอยู่แล้วอยากเลิกกินเนื้อสัตว์และกินผักผลไม้ให้แทน ว่าเป็นทางเลือกที่ยังไงก็ดีต่อสุขภาพแน่ๆ อยู่แล้วไม่มีอะไรต้องเสียดายที่จะลองเลย และการทำสิ่งที่ดีกับสุขภาพก็จะทำให้เรารู้สึกมีคุณค่าขึ้นด้วยซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความสุขในใจค่ะ

1 comment:

Anonymous said...

Super cool blog!! Wish I could read Thai cause Google translate butchers the hell out of it....lol. Think I will look into starting some vegan meal days to maybe get used to it but I have to think about what I can eat at work cause they prepare all our meals there. Will think more about that.