ad code

Tuesday, November 26, 2013

ต่อผม..เสี่ยงตาย


มีเรื่องสยองของการต่อผมมาเล่าให้ฟังกันอีกครั้งหลังจากเคยเขียนแชร์ไปแล้วรอบนึงเกี่ยวกับประสบการณ์ด้านลบของการมีผมปลอมอยู่บนหัวยาวนานถึง 5 ปี สำหรับเรื่องนี้คิดว่าหลายๆคนอาจเคยได้ิยินกันมาบ้างที่ว่าบางซาลอนไปเอาผมคนตายมาต่อใส่หัวลูกค้า ตรงนี้ก็ไม่แน่ใจว่ามือกรรไกรได้ทำเรื่องขอขมาเจ้าของผมหรือยัง เพราะเคยได้ยินมาว่าหลายนางต้องพบเจอเรื่องลึกลับกลางดึกกับเสียงทวงโหยหวนเอาผมกูคืนมา บ้างก็เจอผีหัวโล้นขูดกำแพง เฟิร์สเองเคยมีประสบการณ์เจอผีมาเยอะแต่ไม่เคยโดนเรื่องทวงผมกับเค้าซักที ยังแอบคิดในแง่ดีว่าไม่น่าจะมีใครไปโกนผมคนตายมาขายหรอกมั้ง แต่หลังจากอ่านข่าวนี้ ก็เริ่มจะเชื่อแล้วล่ะ

เป็นเรื่องราวของไอรีนสาวชาวเคนย่าที่ไปต่อผมมาและหลังจากนั้นสองอาทิตย์ก็เกิดอาการปวดหัวอย่างแรงแบบนอนไม่หลับทำงานไม่ไหวโดยไม่ทราบสาเหตุ เธอเลยลงทุนไปตรวจเลือดและสแกนสมองแต่ก็ไม่เจอสิ่งผิดปกติใดๆ แต่หลังจากลองให้หมอตรวจสภาพหนังศรีษะแล้วทั้งแพทย์และคนไข้ก็ต้องตกตะลึงเพราะใต้ผมปลอมอันเงางามกลับมีหนอนไชเข้าไปอยู่ใต้หนังศรีษะเพียบ แถมพอส่งไปให้แล็บตรวจก็เจอไข่อีกหลายจำนวน ที่สำคัญหนอนพวกนั้นเป็นชนิดที่ปกติจะพบได้ในศพคนตาย คุณหมอเลยลงความเห็นว่าเส้นผมที่เธอไปต่ออาจจะเป็นผมที่ตัดมาจากร่างไร้วิญญาณก็เป็นได้  ที่น่าเศร้าก็คือสุดท้ายไอรีนต้องจำใจเปลี่ยนสไตล์กลายเป็นสาวหัวโกร๋นเพราะต้องโกนทิ้งทั้งหัว เมื่อไถ่ถามถึึงเรื่องที่ว่ากับเจ้าของซาลอนก็ได้คำตอบมาว่า"เส้นผมที่ใช้ต่อให้กับลูกค้าจะรับมาจากประเทศอังกฤษ,อเมริกาและอินเดีย เหตุการณ์นี้ทำให้ชีช็อกมากๆ และไอรีนเป็นลูกค้าคนแรกในประวัติศาสตร์ร้านที่ได้ไข่แมลงไปเลี้ยงในกะโหลก แต่จากประสบการณ์ของคุณหมอ CK Musau แห่งรพ.ไนโบรีกลับบอกว่าเค้าเจอเคสแบบนี้มามากกว่า 10 ครั้งแล้วในเวลาแค่ 6 เดือน มีหนึ่งรายที่ไม่โชคดีแบบไอรีนเพราะต้องตายในวัยเพียง 16 ปีจากอาการเดียวกัน หลังจากที่เธอเสียชีวิตก็พบว่ามีไยแมงมุมในเส้นผมด้วย เหตุผลที่ว่าทำไมไข่แมงมุมมันถึงไปฟักบนหัวหลังจากที่ต่อผมแล้วก็คือเมื่อเส้นผมจากคนตายย้ายมาอยู่บนหัวของคนเป็นก็จะมีอุณหภูมิที่เหมาะสมในการฟักไข่มากกว่า หลังจากมันออกมาเป็นตัวแล้วก็จะกัดแทะหนังศรีษะและปล่อยพิษเข้าไปจนทำให้เสียชีวิต 

เอาล่ะสิ งานนี้สาวๆที่อยากจะต่อผมคงจะเริ่มนอยด์กันแล้วว่านี่กรูจะเป็นเหยื่อรายต่อไปมั้ยเนี่ย? ขอแนะนำว่าด่านประการแรกที่จะช่วยให้ชีวิตปลอดภัยจากด้านมืดของการเสิรมสวยแบบไร้สติก็คือการสร้างความมั่นใจให้กับตัวเอง ฝึกให้ตัวเองสบายใจกับธรรมชาติและร่างกายของตัวเองในกระจกให้ได้ เพราะความสุขที่แท้จริงคือการที่สามารถยอมรับ และพอใจกับสิ่งที่ตัวเองมีให้มากที่สุด สามารถออกไปเดิน นั่ง ยืนท่ามกลางคนอื่นๆได้แบบไม่ต้องห่วงว่าใครจะคิดอย่างไรกับสภาพภายนอกในตอนนั้น เมื่อคิดได้แบบนี้ความมั่นใจจะเกิดขึ้น แคร์คนอื่นน้อยลง และมันจะช่วยให้คุณดูดีในแบบของตัวเองได้ไม่ยาก แต่ที่สำคัญต้องเปลี่ยนความคิดก่อนไม่ใช่เปลี่ยนตัวเองให้คนอื่นชอบ ส่วนใครที่คิดว่ากำลังจะไปต่อผมแต่เริ่มจะเปลี่ยนใจหลังอ่านเรื่องนี้ เฟิร์สขอแนะนำวิธีที่ช่วยให้ผมหนาและยาวแบบวิธีธรรมชาติจากประสบการณ์ของเฟิร์สเอง เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับคนที่ผมบาง ยังไงลองเข้าไปอ่านได้ในบทความนี้เลยนะคะ 

Tuesday, November 5, 2013

โปรดเห็นใจฝรั่งบ้าง


ถ้าไม่เคยมีแฟนฝรั่งก็คงไม่รู้ว่าฝรั่งที่มาอาศัยอยู่บ้านเราเค้าโดนกันแบบนี้ เกือบทุกครั้งที่ออกไปข้างนอกด้วยกัน สังเกตุว่ามักจะมีเสียงตะโกนไล่หลัง "ฝรั่ง ฝรั่ง!" ราวกับว่าคนที่พูดไม่เคยพบเห็นคนต่างชาติผิวขาวผมทองมาก่อน
  มันจะไม่แปลกเลยถ้าคนที่ตะโกนเป็นเด็กตัวเล็กๆที่เห็นอะไรก็ชี้นิ้วทักเสียงดังเพราะมันเป็นธรรมชาติของเด็กที่เข้าใจได้ แต่ที่โดนอยู่ประจำนี่มันยากที่จะทำใจไหวเพราะเป็นผู้ใหญ่ที่โตพอจะแยกแยะว่าอะไรควรอะไรไม่ควรได้แล้ว ทำให้รู้สึกว่าเวลาออกไปไหนกับแฟนหาความสงบได้ยากจัง น่าเห็นใจที่สุดก็คือตลอด 9 ปี ที่เค้าย้ายมาปักหลักอยู่บ้านเราเค้าโดนแบบนี้เป็นประจำ ลองคิดภาพเดินอยู่ดีๆมีเสียงลอยมาFarang! Farang! Hey you! Hello Hello!  Yo Man Yoจะว่าอยากฝึกภาษาก็ไม่น่าใช่ เพราะเคยหันไปมองหน้าเจ้าของเสียงเค้าดันกลับเงียบฉี่บางทีก็หลบสายตาซะอย่างงั้น หนักหน่อยก็ Fuck You!  บางทีก็ Go Home! บ้างล่ะ ลองคิดดูว่าถ้าเราไปอยู่ประเทศอื่นแล้วโดนคนประเทศนั้นตะโกน Hey Thai ใส่เป็นกิจวัตรทุกวันก็คงจะไม่ชอบเหมือนกันใช่มั้ย เหมือนโดนล้อเลียน ความรู้สึกไม่ได้เป็นมิตรเลย อึดอัดแทนจริงๆ อย่างเช่นวันนี้ตอนกลับจากกินข้าวกำลังเดินจูงมือกันอยู่ก็มีชายไทยขับมอไซค์มา ช่วงที่สวนกันมีหันมองจ้องหน้าแล้วตะโกนว่า "เหี้ย" ก็ไม่เข้าใจว่าฝรั่งไปทำให้เค้าอารมณ์เสียขนาดต้องปล่อยสัตว์เลื้อยคลานออกมาแบบนี้ทั้งๆที่เดินอยู่ดีๆ  ใครที่ชอบตะโกนใส่ฝรั่งแบบนี้โปรดหยุดเถอะ เพราะมันไม่ได้ช่วยให้คนไทยดูเป็นมิตรในสายตาคนต่างชาติเลยซักนิด เหมือนคุณพยายามรบกวนเค้าจนฝรั่งหลายๆคนที่เคยใฝ่้ฝันอยากมาเที่ยวเมืองไทยกลับต้องมาเจอกับคนไทยบางคนที่ทำให้เค้ารู้สึกว่าโดนเหยียดเชื้อชาติ   อีกหนึ่งอย่างที่น่าเห็นใจก็คือการไปโก่งราคา ไม่ว่าจะอาหาร เสื้อผ้า หรือค่าเข้าสถานที่่ท่องเที่ยวต่างๆที่มีการตั้งราคาคนไทย ราคาฝรั่งที่่ต่างกัน 2-3 เท่าไว้อย่างชัดเจน ทั้งๆที่ประเทศอื่นในโลกนี้ไม่มีการเอาเปรียบนักท่องเที่ยวแบบนี้ เพียงเพราะว่าเราคิดว่าบ้านเมืองเค้าเจริญกว่าหรือมีปัญญาจ่ายค่าเครื่องบินมาเที่ยวไทยแลนด์ฺก็ไม่ได้แปลว่าเค้าอยากจะจ่ายแพงกว่าจริงมั้ย และที่น่าเศร้าก็คือคนไทยหลายๆคนแทนที่จะเห็นใจและช่วยกันเปลี่ยนพฤติกรรมเห็นแก่ได้แบบนี้ กลับรู้สึกภูมิใจที่ไปโกงเค้าได้สำเร็จ โดยหารู้ไม่ว่าภาพลักษณ์สยามเมืองยิ้มคนไทยผู้อ่อนโยนได้แตกกระจายไปแล้ว บางคนถึงขั้นสาบส่งว่าจะไม่มาเหยียบบ้านเราอีกเลย ใครที่มีเพื่อน หรือแฟนเป็นฝรั่ง มีประสบการ์ณแบบนี้บ้างมั้ยคะ แล้วรับมือกันยังไงบ้าง มาแชร์กันค่ะ