ad code

Monday, October 22, 2012

ชวนชาวไทยแหงนหน้าขึ้นฟ้ามองหา Chemtrails

เคยป่ะ กำลังเดินเล่นคิดอะไรเพลินๆ ชมนกชมไม้ ปลดปล่อยอารมณ์กับธรรมชาติรอบตัว แหงนหน้ามองขึ้นฟ้ากะซึมซับบรรยากาศปุยเมฆขาวๆ แต่ดันเจอะเ้ข้ากับสายเมฆเส้นยาวๆแทน ทำให้เกิดเป็นคำถามผุดขึ้นในใจว่า เฮ้ย เส้นไรวะ? 

 
ถ้ายังไ่ม่เคยเห็นเลยในชีวิต ก็น่าจะลองแหงนมองขึ้นฟ้าสังเกตุดูได้แ้ล้วว่าบนฟ้าแถวบ้าน ที่ทำงานและสถานศึกษาของคุณมีอะไรแปลกปลอมพาดผ่านกลางท้องฟ้าบ้างรึเปล่า ถ้าเึคยเห็นประจำ แต่ไม่เคยสงสัยก็เริ่มสงสัยได้เลยเพราะรู้มั้ยว่าคุณกำลังสูดเอาอากาศเสียๆเข้าปอดอยู่ทุกลมหายใจ ที่แน่ๆมันไม่ใช่ตดซุปเปอร์แมน แต่เป็นสารเคมีที่ถูกปล่อยออกมาจากเครื่องบินที่เรียกว่า Chemtrails  ส่วนประกอบของมันเป็นพิษต่อคน สัตว์ พืช ภาพอากาศ และน้ำฝนทุกหยด คุณอาจไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนเพราะบ้านเราไม่่ค่อยพูดถึงกันซักเท่าไหร่ จะมีออกมาก็แต่ข่าวตามสไตล์ Thailand Only แนว ตื่นลำแสงประหลาด ที่ชาวบ้านพากันแตกตื่นกับเมฆเส้นยาวๆบนฟ้า และจบลงด้วยการร่วมอธิษฐานขอพรกันถ้วนหน้าจนเป็นข่าวใหญ่ ไม่นานหลังจากนั้นก็มีข่าวภาคต่อออกมาชี้ว่า "ช่างภาพดาราศาสตร์ย้ำ “แสงประหลาด” แค่ “คอนเทรล”"  หรือไอน้ำจากเครื่องบินไม่มีอะไร ไม่ต้องสงสัย ไม่ต้องเป็นห่วง  แต่ภาพที่ใช้ประกอบข่าว Contrails กลับเป็นรูปภาพของ Chemtrails เส้นยาวแทน ถ้าอยากรู้ว่า Chemtrails กับ Contrails มันต่างกันยังไงลองดูจากวีดีโอนี้ได้ เค้าเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่างได้ชัดเจน



















จากสองข่าวที่ยกมา ก็พอจะบอกได้ว่าคนไทยที่รู้จักเมฆยาวๆนี้แบ่งออกเป็นสองกลุ่มนั่นคือกลุ่มที่เชื่อในอภินิหารว่ามันเป็นเมฆศักดิ์ิสิทธิ์ กับอีกกลุ่มที่คิดว่าเป็นเพียงไอน้ำจากเครื่องบินไม่มีอะไรน่าตกใจ แต่รู้มั้ยขณะที่ไทยเราชิลมาก คนต่างชาติทั่วโลกเค้ากลับเริ่มตื่นตัวกับอันตรายของสารเคมีที่ถูกปล่อยออกมาจากเครื่องบินกันแล้ว และเหตุที่ไม่มีใครอยากโดนสารพิษพ่่นใส่ทุกวันเียี่ยงประชากรแมลงสาบ เค้าเลยพากันออกมาเดินรณรงค์เผยแพร่ข้อมูลให้ประชาชนที่ยังไม่รู้เรื่องรู้ราวได้ตื่นตัวกับความร้ายกาจของ Chemtrails ถือเป็นการปลุกให้้เพื่อนร่วมชาติได้ตื่นมาเจอกับโลกแห่งความจริงที่ไม่ได้สวยและปลอดภัยอย่างในฝัน

Hamilton , New Zealand






Spain

Greece



L.A. California


 
New Zealand

ถ้าสงสัยว่าทำไมคนต่างชาติเค้าถึงออกมายืนประท้วงเรื่องเมฆเส้นๆนี้กันนัก แล้วเรื่อง Chemtrails จะเป็นจริงอย่างที่คุณกำลังอ่านอยู่หรือเปล่า?  ยังไม่ต้องเชื่อก็ได้ จนกว่าจะเห็นกับตาแล้วหาข้อมูล วิเคราะห์ด้วยตัวเอง กูเกิ้ลและยูทูบมีเรื่องเกี่ยวกับมันเพียบ พร้อมให้คุณเ้ข้าไปเสิร์ชหาเพื่อหูตาที่สว่างกว้างไกลขึ้น หากเห็นด้วยว่า Chemtrails เป็นภัยต่อโลก และอยากเป็นส่วนนึงที่จะ Save The World  ก็ช่วยกันเผยแพร่กระจายให้รู้กันมากๆ  และคงจะดีไม่น้อยถ้าจะสะกิดคนข้างๆให้แหงนมองไปด้วยกัน อย่าแคร์ไปล่ะ ถ้าเค้าจะว่าคุณสติไม่สมประกอบชอบคุยเรื่องเมฆ คุณไม่ได้บ้าหรอก เพราะไอ้เมฆเคมีนี่มันมีให้เห็นทนโท่อยู่แทบทุกวัน ไ่ม่ได้ฝันไปเอง แต่การมีชีวิตอยู่ใต้ท้องฟ้าและเมฆที่ดูผิดธรรมชาติโดยไร้ข้อกังขาใดๆตังหากล่ะคือการปิดหูปิดตาตัวเองจากโลกแห่งความจริง 


ลาด้วยเพลงเท่ห์ๆเนื้อหาดีๆเกี่ยวกับ Chemtrails ที่อยากให้ฟังกัน ชอบมากๆ



Sunday, October 7, 2012

เตือนภัย ต่อผมนานเกินไปอาจเป็นเช่นนี้


ภาพนี้อาจทำให้หลายคนอกสั่นขวัญแขวน ลูกเด็กเล็กแดงร้องไห้จ้าผวาสุดตัว กัับสภาพหนังศรีษะด้านหน้าของนางแบบชื่อดังก้องโลกอย่าง นาโอมิ แคมป์เบลล์ งงล่ะสิว่าผมหล่อนหายไปไหนครึ่งหัว จากข่าวนี้บอกว่าสาเหตุที่นาโอมิมีสภาพแบบในรูปเกิดจาก Traction Alopecia คืออาการผมร่วงจากการใช้ที่คาดผม, มัดผมตึงตลอดเวลาเป็นระยะเวลานานติดต่อกัน แต่กรณีของนาโอมินั้นเกิดจากการที่ชีต่อผมติดต่อกันนานหลายปีเกินไป และที่น่าเศร้าก็คือผมของนางจะฟื้นฟูสภาพได้ยากแล้วล่ะ Dr. Alan Bauman คุณหมอผู้เชี่ยวชาญเรื่องผมให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องการต่อผมว่า “Extensions, weaves, anything artificial hanging on hair — no matter whether you attach it with glue, special magnets, tape — it’s going to cause damage over time”  แปลว่า "ทั้งการต่อผม,ทอผม อะไรก็ตามที่มันห้อยติดอยู่กับผมคุณ ไม่ว่าจะใช้กาว คลิปแม่เหล็ก หรือ เทป มันก่อให้เกิดการเสียหายกับผมคุณในระยะยาวทั้งสิ้น" ฟังดูน่ากลัว ก็ไม่รู้ว่าชีต่อผมติดต่อกันนานมากขนาดไหนถึงได้โล้นโล่งเตียนไปครึ่งขนาดนั้น ก็ได้แต่หวังว่าทรงเส้าหลินแฮร์คงไม่กลายเป็นเทรนด์ฮิตในวงการนางแบบในอนาคต



เคยโดนเีรียกอีผมน้อย
ทำไมถึงเอาเรื่องนี้มาเล่าให้ฟังกันน่ะหรือ? ก็เพราะว่ามันไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลยโดยเฉพาะสาวๆที่ใจเร็วด่วนได้อยากผมยาวทันใจในชั่วพริบตา เฟิร์สเองก็เป็นคนนึงที่เลือกใช้บริการต่อผม เพราะดันเกิดมาผมเส้นเล็กบาง เวลามัดก็ได้กระุจุกจึ๋งนึง แถมผมยังยาวช้ามากกกอีก เพื่อนก็ชอบล้อเรียกอีผมน้อย ฝนตกหนึ่งเม็ดผมมรึงก็เปียกทั้งหัวบ้างล่ะ, แชมพูขวดนึงมรึงใช้ได้ทั้งชีวิตบ้างล่ะ เลยเป็นเหมือนปมด้อยตั้งแต่เด็กๆ ทีนี้พอได้ยินว่าประเทศไทยมีนวัตกรรมใหม่คือการต่อผม คือเอาผมคนอื่นมาต่อใส่หัวตัวเองได้ อยากจะดกดำยาวหนาแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับความพอใจ & ตังค์ในกระเป๋า อู๊ยย มันเป็นอะไรที่เปลี่ยนชีวิตคนผมน้อยให้ดีขึ้นได้จริงๆใช่มั้ยเนี่ย?  ไม่รอช้าเงินเดือนออกปุ๊ปอิชั้นรีบไปปรากฎกายที่ร้านต่อผมปั๊บ ถามเจ้าของร้านว่าผมที่ใช้ต่อให้ลูกค้ามันมีที่มาที่ไปยังไงอะคะพี่ แบบว่าไม่อยากโดนผีกระชากผมกลางดึก หล่อนตอบ "อย่านอยด์ไปค่ะคุณน้อง ผมที่พี่ใช้ไม่ใช่ผมศพคนตาย แต่รับมาจากอินเดีย เวียดนาม เขมร เค้าทำกันเป็นอาชีพประจำหมู่บ้านเชียวนะคะ ที่กำลังต่อให้น้องเนี่ยผมคนเขมร สภาพดีมว้าาาก ไม่เคยผ่านสารเคมีมาก่อนเลย" ค่ะ ไม่เคยผ่านสารเคมีแล้วไม่ทราบเคยผ่านการสระด้วยแชมพูบ้างมั้ยคะเนี่ย เหม็นอับซะกรูอยากหยุดหายใจ แต่สุดท้ายกลัวไม่สวยก็ต้องยอมไปตามยถากรรม กลายเป็นวงจรชีวิตทุกๆ 5 เดือน ต้องไปต่อใหม่ เพราะเมื่อโคนผมยาวออกมา ปมผมปลอมมันก็จะเด่นเป็นสง่าปรากฎแด่สายตาชาวโลกให้รู้ว่าอีนี่มีผมปลอม ซึ่งเป็นเรื่องน่าอายมากกว่าการมีผมน้อยซะอีก!

ต่อผมแล้วกลายเป็นอีผมเยอะ

ชีวิตที่มีผมปลอมเป็นเหมือนเพื่อนคู่กายก็ดำเนินไปเกือบ 5 ปี จะว่าเป็นโรคเสพติดการต่อผมก็คงได้  เพราะใจจริงก็รู้ว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นต่อชีวิตใครทั้งสิ้น แถมการต่อผมยังทำให้ผมจริงหลุดออกมาเป็นกระจุกๆทุกครั้งที่ไปเลื่อนปม และผมปลอมเวลาสระไปเรื่อยๆมันจะเริ่มไม่เงาเท่ากับผมจริง ถ้าลองดูรูปบนซ้ายมือ จะเห็นว่าส่วนที่ยาวที่สุดมันดูไม่ธรรมชาติ ทื่อๆ ไม่เงา ไร้น้ำมันตามธรรมชาติดั่งผมที่ตายแล้ว แต่ถึงขนาดนั้นอิชั้นก็ยังไม่ยอมหยุดต่อ แม้แฟนจะบอกตลอดว่าไม่ปลื้มเส้นผมสัญชาติเวียดนาม เขมร อินเดียที่สลับสับเปลี่ยนมาขึ้นบนหัว เพราะบางทีอยากทำโรแมนติกเอามือสางผมเล่นน่ารักน่ารักเหมือนในหนังก็ทำไม่ได้ เพราะสางไปมือก็ติดปมผมปลอมกลายเป็นอุปสรรคเล็กๆต่อความรักของเราไปซะงั้น T_T แต่ถึงกระนั้นอิชั้นก็มิได้แคร์นะคะ ยังคงเดินหน้าเข้าร้านต่อผมอยู่อีกหลายปี  แต่ในช่วงหลายปีนี่แหละ ที่เฟิร์สเปลี่ยนการกินมาเป็นแบบมังสวิรัติและเริ่มทำโยคะ สุขภาพเริ่มดีขึ้นมากส่งผลให้จิตใจสงบขึ้น มีความสุขขึ้น พอใจกับตัวเองมากกว่าเดิม สนใจเสียงนกเสียงกาน้อยลง ณ จุดนี้เหมือนมีปาฏิหารย์ดลใจทำให้คิดได้ว่า พอซะทีดีกว่ากรู พอแล้วกับความสวยปลอมๆ หยุดทำให้ตัวเองตกเป็นทาสของค่านิยมผมหนายาว = สวย หยุดจ่ายเงินหลายพันเพื่อแลกกับความมั่นใจแค่เปลือกนอก สุดท้ายก็ไปเอาออก แต่วันแรกที่ไม่มีผมปลอมหลังจากมีมาตลอด 5 ปีก็เล่นเอาทำใจลำบากเหมือนกันนะ ดูหน้าสิ -*-

ถอดผมปลอมออกวันแรก


ชีวิตตอนนี้ถึงผมจะไม่หนายาวเท่าเดิม แต่มีความสุขมากกว่าเดิม และโล่งอกเล็กน้อยที่เอาออกซะก่อน
จะมีชะตากรรมเีดียวกับนาโอมิ แถมรู้สึกว่าได้ปลดปล่อยตัวเองจากสิ่งที่เคยเป็นภาระบนหัวมาตลอดหลายปี จะว่าไปการกินผักผลไม้สดเยอะขึ้น ลดละเลิกอาหารที่ไร้ประโยชน์ มันมีผลต่อชีวิต เยอะมาก เรียกว่าชีวิตเปลี่ยนเลย และที่เจ๋งสุดการกินผักผลไม้มากขึ้นมันช่วยให้ผมหนาและยาวขึ้นกว่าที่เคยด้วย พิสูจน์จากการไปเจอเพื่อนๆที่ไม่เจอมานานแต่ไม่มีใครรู้เลยซักนิดว่าเฟิร์สไม่มีผมปลอมแล้ว ขนาดถามว่ารู้มั้ยเนี่ย ชั้นเอาผมต่อออกแล้วนะ เพื่อนก็บอกว่าไม่รู้เลยถ้าไม่บอก เย่ ดีใจค่ะ แต่คงต้องหยุดทรมาณมันจากเครื่องรีดผมไปอีกนานเพราะปลายผมแห้งเสียมากๆ หวังว่าเรื่องนี้คงเป็นอุทาหรณ์ให้ใครที่กำลังจะไปต่อผม หรือกำลังต่ออยู่ได้เกิดความคิดมุมมองใหม่ๆจากเฟิร์สบ้างนะคะ คุณจะสวยที่สุดก็ต่อเมื่อคุณยอมรับสิ่งที่คุณเป็นได้ค่ะ ^^


Friday, October 5, 2012

รีวิว ผลิตภัณฑ์สูตรธรรมชาติที่ใช้ประจำวันตั้งแต่ัหัวยันเท้า




หลังจากเขียนเกี่ยวกับอันตรายจากสารเคมีในเครื่องสำอางค์ไปแล้ว ก็มีผู้อ่านรีเควสอยากเห็นว่าเฟิร์สใช้อะไรบ้างในแต่ละวัน วันนี้ฤกษ์งามยามดีได้ของที่สั่งจากทางเน็ทพอดีเลยขอรีิวิวซะหน่อย รีวิวนี้หลักๆจะเ่น้นเกี่ยวกับส่วนผสมแ่ต่ละตัวว่าอันตรายและส่งผลกระทบต่อสุขภาพยังไงบ้าง โดยอ้างอิงฐานข้อมูลจากเว็บ  EWG Skindeep ควบคู่ด้วย เค้าจัดอันดับความเป็นพิษของสารเคมีหรือ Hazard Score Key ตั้งแต่ 1-10 ดังนี้







ลองเสิร์ชหา ฟลูโอไรด์ (Sodium Fluoride) คลิ๊กป๊าบออกมาได้เีีืัีรท 6 แหน่ะ



เมื่อดูรายละเอียดในช่อง Health Concerns of Ingredients ประกอบ ก็ได้ความว่าโซเดียมฟลูโอไรด์เป็นพิษปานกลางเกือบสูง,เป็นสารก่อมะเร็ง,มีผลกระทบต่อระบบสืบพันธ์ และจะต้องใช้สารอันตรายนี้ในปริมาณจำกัด ก็เหมือนที่เค้าเขียนเตือนข้างหลอดว่าให้ใช้น้อยๆปริมาณเท่าเม็ดถั่วนั่นแหละ เอาล่ะ หวังว่าทุกคนคงจะพอเข้าใจคอนเซปในการรีวิวแล้วโน๊ะ เพราะต่อไปจะเขียนชื่อส่วนผสมเป็นสีๆ เขียว แดง เหลือง เพื่อระบุระดับความแรงของสารเคมีด้วย

No Fluoride :)

เริ่มที่ยาสีฟันที่เฟิร์สใช้ตอนนี้ก็ปลอดสารก่อมะเร็งเพราะไม่มี ฟลูโอไรด์ ยี่้ห้อที่ใช้อยู่นี่ก็เพิ่งซื้อมาลองเป็นหลอดแรก ชื่อยี่ห้อไืืืท้ไทยแต่ไ่ม่ได้แปลว่าเชยว่า "ทิพย์นิยม" ชอบตรง "แจ่ม" บนหลอด ขำดี แล้วคุณภาพเค้าก็แจ่มจริง แปรงแล้วสดชื่นปากสะอาดแบบสมุนไพร ส่วนผสมก็มี Calcium Carbonate, Sorbitol, Glycerine, Sodium BicarbonateMyrrh, Sage, Chamomole, Clove เช็ค ดูแล้วก็ปลอดภัยดีไม่มีก่อมะเร็ง และถึงจะเน้นสมุนไพรเป็นหลักแต่กลิ่นก็ไม่แรงไปอะไรไป ตัวยาสีขาวด้วย ถ้าเทียบกับดอกบัวคี่คนที่เคยใช้จะรู้ว่าสีมันจะออกแนวขี้มาก และกลิ่นสมุนไพรจะคลุ้งกระจายในปากมากกว่า อันนี้ก็แล้วแต่ความชอบแต่ละบุคคล เฟิร์สชอบลองไปเรื่อยๆถือเป็นสีสันให้การแปรงฟันไปในตัว


Shower Gel
ฟันสะอาดสดชื่นแล้วก็ได้เวลาอาบน้ำ เฟิร์ส ชอบใช้เจล หรือครีมอาบน้ำมากกว่าก้อนๆ เพราะมันบีบใส่ใยบวบขัดตัวง่ายดี ที่สำคัญช่วยตัดปัญหาเรื่องเสียอรรถรสระหว่างอาบน้ำ ณ จุดนี้คิดว่าทุกคนคงทราบดีว่าสบู่ก้อนมันชอบลื่นหลุดมือ ต้องก้มๆเงยๆเปลือยๆเก็บสบู่กันตลอด ยี่ห้อที่ใช้ตอนนี้ก็คือสองขวดทางขวา ยี่ห้อใบว่านสูตรมะขามผสมน้ำผึ้ง ใช้แล้วผื่นไม่ขึ้นไม่คันยุบยิบเหมือนครีมอาบน้ำที่เคยใช้มาก่อน ส่วนผสมมี Cocamidopropyl Betaine, Sodium Lauryl Ether Sulfate, Tamarindus indica, Sodium Chloride, Honey, Cocamide DEA, Fragrance, Polysorbate 20, Citric Acid, Glydant ที่ไม่ค่อยน่าประทับใจเท่าไหร่คือ Fragrance หรือน้ำหอมที่เป็นสารก่อมะเร็ง ส่วนเจ้า Glydant สารกันบูดก็ทำให้เกิดผื่นได้ พอรู้แบบนี้เวลาอาบน้ำก็เริ่มลดปริมาณการใช้ หยดน้อยๆจะได้ไม่เปลืองด้วย ดีกว่าประโคมฟองฟ่อด ส่วนอีกสองขวดด้านซ้ายเป็นมะขาม กับขวดสีแดงซื้อมาจากเืมืองปายเป็นสินค้าท้องถิ่นเค้า คิดว่ากลิ่นแรงไป ใช้แล้วผื่นขึ้น ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ แต่ก็ใช้จะหมดอยู่แล้ว ขอข้ามเลยละกันแฮ่ๆ


Shampoo & Conditioner
ต่อด้วยแชมพู ครีมนวด ครีมหมักผม 
ส่วนผสมในแชมพูน้ำมันมะพร้าว: Aloe Vera, Coconut Oil, D-Panthenol, Fragrance, Cocamidopropyl Betaine ครีมนวด: Homnin rice with olive oil, Cetyl Alcohol, Carsoquat CT(สารกันบูด), Fragrance, Bronidox-L 
ครีมหมักผมน้ำมันมะพร้าว: Cetyl Alcohol, Cetrimonium Chloride, Coconut Oil, Rice bran oil, Fragrance จะเห็นว่าทั้งสามอย่างมีส่วนผสมจากสารเคมีน้อยชนิด เป็นเหตุผลหลักที่เืลือกซื้อ เพราะยิ่งมีสารเคมีน้อยชื่อ ก็ยิ่งช่วยลดความหลากหลายของสารเคมีที่่หนังหัวจะได้รับนั่นเอง ถ้าลองเปรียบเทียบกับแชมพูที่วางขายทั่วไปยี่ห้อที่ทุกคนคุ้นเคย รับรองว่าจะต้องตาลายถ้าพลิกอ่านเพราะมีเยอะเว่อรๆ อย่างซันซิลค์ขวดสีชมพูเพิ่งนับส่วนผสมได้ 30 อย่าง -*- wtf จากวีดีโอนี้บอกว่าชนิดของสารเคมีที่ผู้หญิงได้รับในแต่ละวันมีถึง 200 ชนิด ผู้ชายรับน้อยกว่าครึ่งนึงคือ 100 ชนิด นี่แปลว่าเกิดเป็นหญิงแท้จริงใช้สารเคมีในปริมาณมากกว่าเพราะเพิ่มเรื่องแต่งหน้า บลา บลา เข้าไปด้วย




Hair Serum
ผมเฟิร์สแห้งเสียตรงปลายด้วย ก็เลยใส่พวกแฮร์เซรั่มให้มันหน่อย ช่วยให้ผมหวีง่ายไม่พันกัน ขวดซ้ายสีน้ำตาล Serum 3 in 1 ส่วนผสมมี Coconut oil, Sesame Oil, Rice bran oil, essence oil สามารถใช้กับ ผม ผิว และเป็นน้ำมันนวดตัวได้ ส่วนขวดเขียวขวามือยี่ห้อลีลาวดีเฮิร์บ มี Organic Germ Rice Oil, Jojoba Oil อันนี้เป็นสีใสๆ ส่วนตัวชอบลีลาวดีมากกว่า เพราะขวดสีน้ำตาลกลิ่นแรงมาก ใช้แล้วแอบหลอนว่าตัวเองเป็นผีไทยห่มสไบผมดำยาว ยิ่งใช้ก่อนนอนยิ่งเย็นยะเืยือก เอาไปให้แฟนดมดูหวังว่าฮีจะคิดต่าง แต่ก็ตอบมาว่ากลิ่นแรงมากพร้อมทำหน้าเหมือนเหม็นขี้ใส่อีก นั่นแปลว่าไม่มีโอกาสที่สองซะแล้วล่ะสำหรับ Serum 3 in 1  เรื่องกลิ่นถ้าเีทียบ กับขวดเขียวแล้วกลิ่นนุ่มประทับใจจมูกมากกว่า แต่อันนี้ก็แล้วแต่คนชอบอีกแหละ ถ้าใครชอบกลื่นแนวสปามากๆก็น่าจะรักเลย ที่สำคัญ ingredients ทั้งสองตัวดูปลอดภัยหายห่วงด้วย





Sunblock, Cleansing Gel, Powder
สำหรับหน้าเฟิร์สหยุดและเปลี่ยนมาใช้ตัวอื่นหลายตัวเลย เริ่มจากเจลล้างหน้าหลอดขวามือของ Lilawadee Herb ที่เืลือกเพราะดูแล้วมีส่วนประกอบน้อยดี แค่ 3 อย่างเอง โปรตีนไหมไทย, น้ำผึ้ง, วิตามินอี ส่วนครีมกันแดดแต่ก่อนจะใช้นูโทรจีนาเป็นหลัก หมดไปหลายขวด แ่ต่พักหลังทาแล้วเริ่มแสบร้อนหน้า สุดท้ายมาเจอกับโลชั่นกันแดดลีลาวดี SPF 50 ก็เบาบางดี ไม่เหนียวหนักหน้า ไม่เป็นคราบ ทาแล้วไม่ทรมานแสบร้อนวาบๆเป็นเปรตโดนน้ำมนต์ ส่วนประกอบคือ Thai Silk protient, Hydrolysed peal extract(ผงไข่มุกสกัด), Thanaka extract ส่วนตลับกลมๆนั่นก็คือแป้งฝุ่นสีเื้นื้อ Light Herbal Powder ตัวนี้ไม่เหมือนแป้งที่เคยใช้มาก่อนในชีวิต เพราะเนื้อแป้งออกสากๆหยั่งกะเอาผงทรายมาทาหน้า แต่คนขายเค้าบอกว่านี่แหละไฮไลต์ ไอ้ยี่ห้อทั่วไปที่ทาแล้วลื่นๆน่ะเค้าใส่แป้งมันสำปะหลัง  ฟังดูรู้สึกพี่เค้ามั่นใจอะไรซักอย่างมากๆว่าแป้งมันสำปะหลังไม่ดีนะน้อง เฟิร์สเลยซื้อมาลองซะหน่อย แต่ติดใจเรื่องแป้งมันอยู่นะ พอข้อมูลดู พบว่าชื่ออย่างเป็นทางการของมันคือ Tapioca Starch แต่กลับไม่เจอว่ามันอันตรายหรือไม่ควรใช้ อืม คิดแล้วคงหดหู่น่าดูนะ ถ้าแป้งมันเป็นสารพิษงานนี้มีอดกินราดหน้ากันทั้งประเทศ


สำหรับใบหน้าขอเริ่มรีวิวขวดเล็กตรงกลางก่อน ยี่ห้อ Lilawadee Herb เป็นวิตามิน E สกัดจากน้ำมันมะรุม + น้ำมันรำข้าว ไม่ค่อยได้ใช้เท่าไหร่เพราะซึมช้าหน้าเหนียว แถมกลิ่นออกแนวตะไคร้ใบมะกรูดสุดๆ ถ้าลองชิมดูอาจเป็นรสต้มยำก็เป็นได้ ขวดใหญ่ซ้ายสุดน้ำมะเ์ฟืองสกัดชีวภาพ AHA แบบบ้านๆ ช่วยในเรื่องผิวขาวใส เคยได้ยินชื่อเสียงของมันว่าเหม็นพอๆกับน้ำขังขยะเปียก แต่เฟิร์สว่ากลิ่นมันไ่ม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้น ออกแนวไวน์ไฮไซซะด้วยซ้ำ วิธีใช้ก็เอาหยดใส่สำลี ทิ้งไว้ซักพักพอยุบยิบ 5-10 นาที แล้วล้างออก ส่วนขวดขวาสุดสภาพเยินเล็กน้อยเพราะใช้จะหมดขวดแล้ว มันคือ Pomegranate Seed Oil 100% หรือ น้ำมันทับทิม ไม่มีสารเคมีเจือปน ใช้เพิ่มความชุ่มชื่นให้หน้าแห้งๆได้ดี หน้าที่เคยแห้งลอกขุยๆก็หายสนิทเลย และมันเป็นสารต้านอนุมูลอิสระเข้มข้นที่ช่วยต่อต้านตีนกาและริ้วรอยด้วย เริ่ดตรงที่ต้องสกัดทับทิมถึง 200 ปอนด์จึงจะได้น้ำมันทับทิมเพียง 1 ปอนด์เท่านั้น ฟังดูเข้มข้นน่าใช้ดีปะ




ประโยชน์ของทับทิม


Coconut Oil
เ้จ้าขวดนี้ชอบมากๆ น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ใช้ได้หลาย อย่าง หมักผมก็นิ่มดี แ่ต่อย่าโปะเยอะเกินโดยเฉพาะหนังหัวเพราะล้างยากมาก เฟิร์สมีประสบการณ์ตรงหรือโง่มาแล้ว หัวเหนียวๆทั้งๆที่เพิ่งจะสระผมเสร็จ ต้องกลับเ้ข้าห้องน้ำสระผมรอบสองอีก เพราะงั้นควรใช้น้อยๆค่อยๆนวดให้มันซึม ส่วนประโยชน์อีกอย่างที่ดังมากคือใช้ทำ Oil Pulling อมน้ำมันมะพร้าว 2 ช้อนโต๊ะ แล้วดูดๆดุนๆในปากซัก 15 นาที ช่วยขจัดแบคทีเรียในช่องปาก และที่ปลื้มที่สุดคือมันใช้เช็ดเครื่องสำอางค์ได้ด้วย แต่ก่อนเคยใช้ Makeup Remover ยี่ห้อที่ขายในร้านขายยาแต่ก็ยังแสบร้อนหน้าเวลาใช้ รู้สึกว่าถ้าอยากให้หน้าสะอาดแต่ต้องใช้สารเคมีมาเช็ด แล้วก็ต้องล้างออกด้วยสารเคมีอีกที มันจะสะอาดได้ยังไงในเมื่อต้องใช้สารเคมีเยอะขึ้น? ดังนั้นน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นเลยเป็นไอเท่มที่เริ่ดสุดๆชอบมาก แถมยังมีประโยชน์ในเรื่องความชุ่มชื่นด้วย วิธีใช้ก็คือทาลงบนหน้า เปลือกตา ขนตา ปาก คลึงๆให้ซึมเข้าไปทั่วหน้า แล้วเอาสำลีชุบน้ำหมาดๆเช็ดหน้าได้เลย แล้วล้างออกด้วยสบู่



อีกอย่างนึงที่ใช้มานานหลายสิบปีก็คือลิปมันเภสัชกร หรือขี้ผึ้งทาปาก ส่วนผสมบอกตรงๆว่าไม่รู้เพราะไม่มีเขียนบอกไว้แต่คิดว่าน่าจะเป็น Beewax เพิ่งเข้าไปขอส่วนผสมในเฟซบุ็๊็คเค้าถ้าตอบแล้วจะเอามาเฉลยให้ฟังกัน ส่วนเหตุผลที่ติดใจใช้ต่อเนื่องก็เพราะมันช่วยให้ปากนุ่มขึ้นได้จริงๆ ช่วงไหนปากแห้งลอกก็จะโปะตัวนี้ก่อนนอน พอตื่นมาปุ๊บไอ้ที่แห้งๆก็ลอกออกเหลือแต่ปากนุ่มชุ่มชื่น เคยลองลิปมันตัวอื่นตอนปากแห้งลอกแล้วแสบหนักกว่าเก่าอีก แต่เภสัชเพื่อนแท้ไม่เคยทรยศให้แพ้เลยซักครั้งเดียว เรียกได้ว่าของถูกและดีมีในโลกจริงๆแค่ 12 บาทเอง เคยแนะนำให้เพื่อนปากแห้งใช้ก็ติดใจกันใหญ่  ใส่กระเป๋าไว้ใช้ระหว่างวันก็สะดวกเพราะตลับมันเล็ก ถ้าใครไม่ชอบหน้าตาของมันแนะนำให้ซื้อมาเยอะๆแล้วแคะรวมใส่กระปุกลายน่ารักแทน ใช้ได้ทุกคนในครอบครัวด้วย ผู้ชายข้างๆก็ชอบให้เค้าใช้ด้วย ปากจะได้นุ่มๆน่าุจุมคิส<3

  
 
100% Natural for Cleaning




สุดท้ายเป็นน้ำยาสมุนไพรอเนกประสงค์ของสยามกรีนโกลด์ ผลิตจากเอ็นไซม์ มะกรูด สัปะรด มะขาม ใช้ซักผ้า ล้างจาน ล้างห้องน้ำก็ได้ ไม่มีสารเคมีสะสมไม่ก่อมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม ใช้แล้วไม่คันมือเหมือนใช้พวกผงซักฟอก เคยใช้แฟ๊บซักผ้าแล้วพอเอามาใส่มันคันมาก แล้วคิดดูว่าต้องใส่ทั้งวัน ผลคือผื่นขึ้นเป็นรอยตามขอบกางเกงใน เสื้อใน แต่ตอนนี้ไม่มีปัญหานั้นอีกเลย เวลาล้างจานก็ไม่ต้องกลัวมันจะกัดมือลอกด้วยนะ เพราะไม่มีสารเคมีเลยอ่อนโยนกว่าน้ำยาล้างจานทั่วไปค่ะ






จะเห็นว่าผลิตภัณฑ์ต่างๆที่เฟิร์สใช้ก็ใช่ว่าจะปลอดภัย 100% เพราะการจะหาที่ไร้สารเคมี ไม่มีน้ำหอมเจือปนมันยากเหลือเกิน แต่อย่างน้อยๆทุกวันนี้ก็อุ่นใจมากขึ้นนะว่าร่างกายได้รับสารเคมีน้อยลงกว่าแต่ก่อนเยอะ ส่วนถ้าใครสนใจอยากเช็คดูบ้างว่าสารเคมีที่คุณใช้อยู่มันแรงมากน้อยแค่ไหน  ก็เข้าไปที่เว็บไซต์ด้านบนได้เลย จะเสิร์ช จากชื่อยี่ห้อ ก็มีให้หาถึง 74,000 ยี่ห้อ หรือพิมพ์ชื่อส่วนผสมลงไปเลยก็ได้ค่ะ

จงระลึกไว้เสมอว่าร่างกายของคุณคือสิ่งเดียวที่คุณจะเป็นเจ้าของไ้ด้ โปรดรักษาและดูแลให้มันแข็งแรงเพราะไม่รู้ว่าต้องใช้มันไปอีกกี่สิบปีใช่มั้ย อะไรที่จะทำให้ร่างกายอ่อนแอลง ก็หลีกเลี่ยงซะเถอะค่ะ ด้วยความห่วงใยจากใจจริง