ad code

Wednesday, August 1, 2012

แชร์ประสบการณ์ 100% Raw Vegan 30 วันกินแต่พืชผักผลไม้สด

เมื่อเดือนที่แล้ว Freelee เ้จ้าแม่แห่งวงการ 80/10/10 Raw Vegan ได้ออกมาประกาศท้าชาวโลกที่สนใจในการกินเพื่อสุขภาพให้ลองมาเป็นรอว์วีแกนเต็มตัวเต็มร้อยเปอร์เซ็นเป็นเวลา 30 วัน มีคนเข้าร่วมรับคำท้าเกือบพันคน เฟิร์สก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย เกริ่นก่อนนิดนึงว่าก่อนที่เข้ารับคำท้าเฟิร์สเป็นมังสวิรัติแบบ Vegan  ไม่กินเนื้อสัตว์ไข่นมชีส และประมาณ 85% ของอาหารที่กินก็พยามยามเน้นพวกผักผลไม้สด คืออาจพูดได้ว่าเป็นรอว์วีแกน 85%  ส่วนเหตุผลที่ทำไมไม่เป็น 100% ไปเลย ก็เพราะบางมื้อยังอดใจไม่ได้ที่จะกินอาหาร Cooked  (ปรุงสุกผ่านความร้อน)นั่นแหละ โดยเฉพาะข้าว อาหารหลักของไทยเราที่เฟิร์สคุ้นเคยและยังหยุดไม่ได้ แม้จะพอทราบข้อมูลมาบ้างว่าอาหารจำพวกข้าวหรือฝรั่งเรียกว่า Grains นั้นไม่ได้ดีต่อสุขภาพและมีฤทธิ์เป็นกรด โดยเฉพาะถ้าบริโภคเป็นอาหารหลักวันละ 3 เวลาก็ถือว่ามากไป และเมื่อกินข้าวมันก็ต้องกินพร้อมกับข้าวที่ cooked T^T ผักที่ไม่เหลือสารอาหารและเอ็นไซม์ น้ำมันเยิ้มๆและน้ำตาลทราย บางเจ้าก็กระหน่ำผงชูรสพูนช้อนอีก จุดนี้ทำให้พยายามมานานแล้วที่จะลดละเลิกข้าวให้น้อยลง พอ Freelee ออกมากระตุ้นและเสนอโอกาสในการเป็นรอว์ร้อย เฟิร์สเลยรับคำท้าซะหน่อย โดยชวนให้แฟนมาร่วมโปรแกรมนี้ด้วยกันซะ ฮ่าๆ อยากรู้มานานแล้วว่ามันจะรู้สึกยังไงกับชีวิตที่กินแต่ผักผลไม้สดถั่ว

Raw Vegan Caesar Salad at Office
เอาล่ะ 30 วันผ่านไปไม่ง่ายไม่ยากเกินความสามารถซักเท่าไหร่ แต่ถือเป็นครั้งแรกของชีวิตคนไทยคนนี้ที่ไม่มีสิ่งเล็กๆที่เรียกว่าข้าวผ่านลำไส้เลยแม้แต่เม็ดเดียวเป็นเวลา 1 เดือนเต็มๆ อาหารที่กินก็เป็นพวกผัก ผลไม้ ถั่ว และอินทผาลัม อาทิตย์แรกก็ชิลๆ ผ่านไปแบบไม่ลำบากหรือรู้สึกว่าต้องเปลี่ยนชีวิตอะไรมากมาย มื้อเช้ากินกล้วยหอม 6-8 ลูก กลางวันกินสลัดซีซาร์สูตรรอว์ที่ทำน้ำสลัดมาเองจากบ้าน บางวันก็เดินออกไปหาส้มตำกิน (ตำไทยไม่น้ำตาลไม่น้ำปลาไม่ผงชูรสนะคะป้าขา) มื้อเย็นเป็นผลไม้บ้าง น้ำผักผลไม้แยกกากบ้าง  วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ืีชอบที่สุดได้อยู่บ้านทำน้ำผักผลไม้แยกกากกินทั้งวันสลับสับเปลี่ยนกับกล้วยปั่น เมนูสมู้ทตี้สูตรใหม่ที่ลองแล้วหลงรักหมดใจ กล้วยหอม 5 ลูก ปั่นรวมกับน้ำ+เนื้อมะพร้าว 2 ลูก + อินทผาลัม 10 เม็ด กินแล้วอิ่มนาน โคตรอร่อยสุดยอดและมันกินได้เร็วกว่าการนั่งเคี้ยวทีละลูกด้วย สำหรับผลกระทบในเรื่องสุขภาพในอาทิตย์แรก รู้สึกได้เลยว่าตัวมันเบาๆเหมือนไม่มีอาหารในลำไส้ ได้รู้ว่าอิ่มข้าว กับอิ่มผลไม้มันให้ความรู้สึกที่ต่างกันจริงๆ ที่ประทับใจคือมันอิ่มนานและมีพลังงานตลอด ไม่อยากกินขนมจุบจิบเลย ขับถ่ายดี แถมรอบเอวเล็กลงแบบกางเกงในหลวม สังเกตุจากปกติเวลาจะถอดจะใส่แต่ละครั้งเวลาเข้าห้องน้ำเกงในมันชอบติดขอบชีส (พุง,ห่วงยาง) คือจะแน่นๆหน่อย แต่ตอนนี้ดึงพรืดๆได้สะดวกสบายกว่าเดิม เพิ่มความมั่นใจให้รอบเอวและหว่างขาขึ้นเป็นกองเลยค่าา ^ ^


Raw Corn Salad
เข้าอาิิทิตย์ที่สอง..ก็ไม่ต่างกับอาทิตย์แรกเท่าไหร่ แต่เริ่มอยากลองกินอะไรที่ไม่เคยกินบ้างเพื่อเพิ่มความแปลกใหม่ให้ชีวิตรอว์ร้อย เพราะหากยังกินแบบซ้ำซากจำเจก็กลัวจะเบื่อพาลยกเลิกก่อนจบโปรแกรม เลยเข้าไปเสิร์ชหาสูตรอาหารในเว็บรอว์วีแกนบ้าง ยูทูปบ้าง  จนเจอเมนูนึงที่ไม่เคยกินมาก่อนนั่นคือ Raw Corn Salad หรือสลัดข้าวโพดดิบ ลองทำดูอร่อยเกินคาดแฮะ ชอบมาก ดีใจที่ค้นพบเมนูนี้ เพิ่งจะรู้ว่าข้าวโพดสดๆดิบๆเนี่ยมันก็อร่อยนะ อร่อยกว่าข้าวโพดต้มด้วยซ้ำ เคี้ยวแล้วมันจะกรอบๆ มีน้ำหวานๆออกมาด้วย ที่สำคัญมันย่อยง่ายกว่าแบบสุก กินแล้วก็อิ่มนานดี นอกจากเมนูข้าวโพด ก็มีอาหารทะเลสาหร่ายวากาเมะ ซื้อมาแบบแห้งเอามาแช่น้ำให้มันพองแล้วเอามาทำเป็นยำสาหร่าย, ได้อารมณ์เค็มๆคาวๆทะเลๆดีเหมือนกัน หรือถ้าอยากกินแบบอุ่้นๆหน่อยก็ มิโซะซุป ใส่ข้าวโพดลงไปแทนเต้าหู้ช่วยให้อิ่มอยู่ท้อง อีกอันนึงที่ชอบก็คือเห็ด Stuffed Portobello Mushroom Stuffed with Basil Pesto เอาเห็ด Porabello มาหมักแล้วโปะซอสเพสโต้ข้างบนประกบด้วยมะเืืขือเทศ อร่อยแบบอิตาเลี่ยนดีเหมือนกัน ส่วนผลกระทบในเรื่องของร่างกายในอาิทิตย์ที่สองก็ดีขึ้นกว่าอาทิตย์แรก และเรียกได้ว่าดีที่สุดในชีวิตก็อาจเป็นไปได้ พิสูจน์ได้จากช่วงนี้เป็นช่วงแดงเดือดประจำเดือนมาพอดี แต่ครั้งนี้ไม่มีอาการ PMS แต่สำหรับอาการปวดท้องเมนส์นี่เฟิร์สไม่ปวดมานานเป็นปีๆแล้วหลังจากหยุดกินเนื้อสัตว์ เหลือแต่อาการเจ็บคัดหน้าอกที่ยังเป็นอยู่ทุกเดือน เลยคิดว่าเป็นเรื่องปกติแบบผู้หญิงผู้หญิงล่ะมั้ง ที่นมจะใหญ่  บวม เจ็บ แทบจะระเบิด แต่พอเป็นรอว์วีแกนร้อยเปอร์เซ็นต์อาการเจ็บตึงเต้าก็ไม่มีเลยซักนิด ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น จะมีก็แต่แยมสตอเบอร์รี่หยดย้อยออกมาเท่านั้น ตรงนี้เลยทำให้เฟิร์สได้รู้ว่าทั้งอาการปวดท้องและเจ็บคัดหน้าอกตอนมีประจำเดือนมันไม่ใช่เรื่องปกติที่ผู้หญิงทุกคนต้องประสบทุกเืดือนนี่หว่า แสดงว่าอาการ PMS นี่มันเกี่ยวกันโดยตรงกับอาหารที่กินอยู่จริงๆ จากข้อมูลนี้ Raw Foods and Menstruation บอกว่าผู้หญิงที่มีสุขภาพดี จะมีอาการเจ็บปวดก่อนมีประจำเดือนน้อยกว่า หรือ Pain-Free คือไม่เจ็บไม่ปวดอะไรทั้งสิ้น รวมทั้งอารมณ์ฉุนเฉียวก็ไ่ม่มีด้วย


อาทิตย์ที่สาม เริ่มอยากกินข้าวขึ้นมาตะหงิดๆ  เลยคิดหาเมนูที่เคยชอบกินกับข้าว อย่างพวกแกงกะทิ แกงส้ม เอามาปรับกินกับข้าวโพดซะเลยเผื่อจะช่วยใ้ห้หายอยากได้บ้าง สูตรแกงพวกนี้เฟิร์สเอามาปรับทำแบบรอว์ ไม่ผ่านความร้อนเกิน 118 องศาฟาเรนไฮต์ วิธีก็คือเมื่อทำเสร็จแล้วก็เอามาใส่หม้อไฟฟ้าเสียบปลั๊ก รอให้มันอุ่นๆแต่ไม่ต้องเดือดนะ ก็จะได้แกงอุ่นๆหอมๆ แต่จะไม่หอมเท่ากับแกงปกติที่เค้าผัดเครื่องแกงให้หอมพร้อมน้ำกะทิ แต่แบบรอว์ก็มีดีเหมือนกันตรงที่กินแล้วมันรู้สึกไม่หนักท้องเท่ากับกินกับข้าวขาวและมีน้ำมันน้อยกว่า มันเลยอิ่มแบบเบาๆตัวดี อาทิตย์นี้เริ่มผอมลงอีก กลับไปใส่พวกกระโปรงเก่าๆที่เคยยัดไม่ลงได้อีก 2 ตัว  ถือเป็นกำลังใจให้ทำต่อเย่ๆ อีกอย่างที่รู้สึกได้ก็คือผิวมันนุ่มๆลื่นๆขึ้นแบบรู้สึกได้เองเลยว่ามันเนียนขึ้นจริงๆต่างกับเมื่อก่อน ทำให้คิดถึงข้อมูลที่เคยอ่านเจอว่าผิวพรรณของเรานั้นสะท้อนถึงสุขภาพภายในด้วย ถ้าสุขภาพดีตั้งแต่ข้างใน ผิวพรรณภายนอกก็ดีขึ้นตามไปด้วย มิน่าล่ะ สาวๆชาวรอว์วีแกนทั้งหลายผิวเค้าถึงดูโกลว์ๆ แถมถ้ากินแบบรอว์นานๆ  นัยย์ตาก็จะเปล่งประกายแว๊บๆ บางคนที่เป็นรอว์ร้อยนานๆก็ถึงกับลูกตาเปลี่ยนสีเลยด้วย เช่นคนนี้เปลี่ยนจากสีน้ำตาลเป็นสีเขียว อเมซิ่งมั้ยล่ะ
Before and After eye color change pictures?
How Your Skin Reflects Your Inner Health


เข้าสู่อาทิตย์สุดท้ายของ 100%  รอว์วีแกนชาเลนจ์ แท่นแท๊น อาทิตย์นี้ส่วนใหญ่กินผลไม้เยอะค่ะ มื้อกลางวันก็กินลำไยเพราะช่วงนี้คือฤดูของมัน ก็ซื้อมากินมื้อละ 2 โล แบ่งเป็นมื้อละ 1 โล มันอิ่มแน่นจริง แต่ซักพักจะต้องไปเข้าห้องน้ำคงเพราะมันย่อยง่าย แล้วซักพักก็จะหิวอีก ก็กินที่เหลืออีก 1 โล ตรงนี้สำคัญนะในช่วงเวลาที่หิวอีก บางทีมันจะคิดถึงอาหาร cooked แต่วิธีการคือรีบกินผลไม้ให้เร็วที่สุดเวลาหิวจะได้ไม่รอว์แตก อาทิตย์นี้มีไฮไลท์ด้วย ขอแฟนไปเปลี่ยนบรรยากาศซะหน่อยที่ร้าน Rasayana  เค้ามีอาหารรอว์ฟู้ดแบบนานาชาติ ทั้งซูชิ ทาโก้ พิซซ่า เบอร์เกอร์ และเบเกอร์รี่หลากหลาย อาหารที่นี่อร่อยแบบมีคุณภาพทางโภชนาการและอิ่มได้จิงจังมาก กินเสร็จตั้งแต่ช่วงเ็ย็นแต่ไม่รู้สึกอยากกินอะไรอีกเลยในคืนนั้น  วันนั้นสั่งชีสเค้กมาตบท้าย อร่อยไม่แพ้ชีสเค้กทั่วไปแต่ไร้ซึ่งไขมันอิ่มตัว ละเลียดอย่างสำราญใจไม่้ต้องรู้สึกผิด อยากแนะนำให้ไปลองดูกันค่ะ ถ้าเฟิร์สมีอาหารแบบนี้ให้กินทุกมื้อรับรองว่าไม่หันไปแตะอาหาร cooked อีกทั้งชีวิตยังได้


สรุปสำหรับประสบการณ์รอว์ร้อยที่ผ่านไป คงต้องบอกว่า 100% กับ 85% มันต่างกันมากแบบหน้ามือกับหลังมือ เรียกได้ว่าสุขภาพอัพเลเวลเลยแหละ แต่ความยากในการห้ามใจตัวเองไม่ให้กินอาหาร cooked ก็ยากมากเหมือนกัน เผลอๆจะยากกว่าตอนเลิกกินเนื้อสัตว์อีก แต่มันก็คุ้มค่าน่าลองดูนะ แลกกับความรู้สึกดีๆ ตัวเบาๆไม่อึดอัด ส่งผลให้ทำโยคะท่ายากได้แบบไม่ต้องพยายามมากเหมือนแต่ก่อน จนแทบไม่อยากเชื่อว่าชั้นทำได้แล้วเหรอวะเนี่ย? แถมยังผอมลง มีคนบอกว่าดูหน้าเด็กขึ้นด้วย  กลับไปใส่เสื้อผ้าสมัยสาวๆได้ มั่นใจมากขึ้น มีความสุขขึ้น  ตื่นขึ้นมาตอนเช้ากระปรี้กระเปร่ากว่าที่เคย ความขี้เกียจน้อยลง ที่ชอบที่สุดก็คือได้ท้าทายตัวเองให้ทำสิ่้งที่ดีให้กับร่างกายได้สำเร็จ เอาชนะใจและปากตัวเองได้  และช่วยลดความอยากอาหาร cooked ในอนาคตได้เป็นอย่างดี เฟิร์สเชื่อนะว่า เวลาที่เรากินอาหารประเภทเดิมบ่อยๆ มันจะสร้างความเคยชินให้กับร่างกาย เวลาหิวปุ๊บ ก็จะคิดถึงหน้าตาและรสชาติของอาหารนั้นขึ้นมา (ไม่งั้นจะมีคนสั่งแต่กระเพราไ่ก่ไข่ดาวได้ทุกมื้อกลางวันเหรอ ว่ามั้ย) คือถ้ามันกินแล้วดีต่อร่างกายก็เริ่ดเลย แต่ถ้ากินแล้วทำร้ายสุขภาพก็ต้องพยามยามเปลี่ยน และการที่เฟิร์สหยุดกินอาหาร cooked ไป 1 เดือน มันก็คือการฝึกตัวเอง ซึ่งตอนนี้ความอยากในอาหาร cooked ก็น้อยลงจริงๆ กลับกลายเป็นคิดถึงความรู้สึกสดชื่นตัวเบาเวลาอิ่มจากการกินผลไม้แทน ชอบความรู้สึกนี้ที่สุดเลยเพราะมันหมายถึงการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น พอรู้ว่าสุขภาพของเรามันกำลังพัฒนา จิตใจมันก็ดีตามไปด้วย อย่่างน้อยๆอาการจิตตกกับการกลัวอ้วนก็น้อยลง สบายใจหายห่วงกับเรื่องโรคภัยไข้เจ็บ เพราะเฟิร์สรู้ว่า ไม่ว่าตอนนี้เฟิร์สจะมีโรคอะไรหรือไม่มีก็ตาม อาหารดีๆที่กินเพื่อสุขภาพมันจะช่วยรักษาตัวเฟิร์สเองได้ เหมือนที่ชาวรอว์วีแกนหลายๆคนหายจากโรคที่เค้าเคยเป็นและกลายเป็นคนที่มีุสุขภาพแข็งแรงกว่าเดิมด้วย


ถ้าใครอ่านมาถึงตรงนี้แล้วอยากลองทำดูซักครั้ง เฟิร์สขอเชียร์เลยนะคะ ไม่ใช่แค่ผอมลง สุขภาพดีชึ้น แต่มันเปรียบได้กับการเข้าโปรแกรมดีท็อกซ์ล้างพิษให้ร่างกายภายในของคุณ  ถือซะว่าเป็นการให้โบนัสกับร่างกายที่เราใช้งานมาตลอดชีวิตด้วยอาหารแบบ Raw Vegan ที่เรียกได้ว่าเป็น Cleansing Diet แล้วร่างกายจะตอบแทนคุณด้วยสุขภาพที่ดีขึ้นแน่นอนค่ะ