ad code

Monday, December 17, 2012

เพิ่มสมาธิ ฝึกสติด้วยมวยหวิ่งชัน

การมีสติ (Mindfulness) คือการรู้ตัวเต็มที่อยู่เสมอว่าตัวเองกำลังทำอะไร และกำลังคิดอะไรอยู่ ถือเป็นปัจจัยสำคัญประการแรกที่จะช่วยพัฒนาชีวิตไม่ว่าจะ้ด้านไหน เพราะหากเราใช้ชีวิตอย่างไร้สติ ปัญหาที่จะตามมาแน่ๆ ก็คือทักษะในเรียนรู้เพื่อพัฒนาตัวเองก็จะลดลง ทั้ง ฟัง พูด ดู อ่าน เขียน และปฎิบัติก็ทำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดความเครียดตามมาอีก ยิ่งกว่านั้นการไม่มีสติยังส่งผลโดยตรงต่อความสุขสงบทางจิตใจอย่างมาก มันจึงเป็นเรื่องจำเป็นที่เราทุกคนควรพยายามมีสมาธิ รู้ตัว จดจ่อกับกิจกรรมที่ทำอยู่ตรงหน้าหรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า living in the now แบบที่ไม่มีเรื่องอื่นวนเวียนเข้ามาในหัวเลย แต่เรื่องของเรื่องก็คือการจะมีสมองโล่งๆ ไม่นึก ไม่คิดอะไร มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยซักนิด เพราะความจริงแล้วคนเราชอบฟุ้งซ่าน ฝันกลางวัน คิดนู่นนี่นั่น จากงานวิจัยเปิดเผยว่าในหนึ่งวันเราคิดกันวันละถึง 60,000 เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นความคิดทั่วๆไปอย่าง อยากรวย, อยากสวย, มื้อหน้ากินไร? ศุกร์นี้เที่ยวไหน?, แต่งตัวไงให้ีแมทแต่ดูเหมือนไม่ตั้งใจ? เมื่อไหร่เนื้อคู่กรูจะเกิด?  แต่ที่น่าตกใจคืออีก 80% ที่เราคิดๆกันมันเป็นความคิดด้านลบที่ทำให้สุขภาพจิตอ่อนแอและแย่ลงทำให้เครียด ซึมเศร้า ไบโพล่าร์ โดดตึก กินยาตาย ไม่ว่าจะเพราะเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นอดีตที่กลับไปแก้ไขไม่ได้ทำให้เกิดทุกข์ไม่จบสิ้น หรือการกังวลเกี่ยวกับเรื่องอนาคตที่จะเกิดขึ้น  รวมถึงความคิดดูถูกตัวเองต่างๆนาๆ ที่ก่อให้เกิดความเครียด ซึมเศร้า ดูืซิว่าคุณเองมีความคิดคล้ายๆแบบนี้บ้างมั้ย?


เฟิร์สเองก็มีปัญหาเรื่องสติไม่ต่างจากคนส่วนใหญ่ ทั้งสมาธิัสั้น ฟุ้งซ่าน กังวลทั้งเรื่องอดีตและอนาคต คิดน้อยใจตัวเองแ๊ว๊บๆที่ชาตินี้เกิดมาไม่เพอร์เฟค หลายครั้งมีเพลงดังอยู่ในหัวซ้ำไปซ้ำมา บางคืนต่อให้ง่วงหงาวหาว นอนร่างกายอยากพักผ่อนแค่ไหนก็หลับไม่ลงเพราะเสียงความคิดในหัวมันยังดังอยู่ ผลเสียของการคิดเยอะคือ นอนไม่หลับ ขี้ลืมเว่อร์ๆ ซุ่มซ่าม ย้ำคิดย้ำทำ ดูหนังไ่ม่รู้เรื่องโดยเฉพาะภาษาอังกฤษจับใจความไม่ได้ พอรู้ตัวเองว่ามีปัญหาเรื่องสมาธิเลยเริ่มฝึกตัวเองให้มีสติมากขึ้น ฟุ้งซ่านน้อยลง ที่ลองแล้วก็คือนั่งสมาธิ ฝึกลมหายใจ โยคะ ซึ่งก็ดีมากๆ แต่วิธีที่ดีทีุ่สุดและเหมาะกับคนที่นั่งสมาธิไม่เก่งเลยแบบเฟิร์สคือการฝึกสติด้วยศิลปะป้องกันตัวอย่างมวยหวิ่งชัีนที่เรียนมาได้เกือบสองปี เหตุผลง่ายๆืั้ที่เลือกเรียนตอนแรกก็เพราะว่ามีแฟนเป็นครูสอนเลยได้เรียนฟรีและถือเป็นทำกิจกรรมสนุกๆกับแฟนด้วย พอเรียนได้ซักพักก็ได้ค้นพบว่านอกจากประโยชน์เรื่องการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพและเสริมสร้างความมั่นใจว่าป้องกันตัวเองได้แล้ว การเรียนมวยหวิ่งชันยังช่วยพัฒนาสติได้จริงๆ เพราะถ้าลองไม่มีสติเวลาที่ฝึกต่อสู้เมื่อไหร่ หมายถึงเจ็บตัวเมื่อนั้น ทั้ง หมัด ศอก เข่า มือ เท้ามากันไม่ยั้ง ดังนั้นเวลาเรียนต้องห้ามพลาดห้ามเผลอไม่งั้นเจ็บตัวแบบโทษใครไม่ได้ยกเว้นตัวเองที่ไม่มีสติหรือไม่ตั้งใจฝึก



ฝึกสติด้วย Chi Sao
คลิปด้านบนคือลีลาการสู้ด้วยหวิ่งชันของเฟิร์ส กับอาจารย์แอริคหรือแฟนเฟิร์สเอง จะเห็นว่าเราเริ่มด้วยการเอาแขนมาสัมผัสกันไปมาเรียกว่าท่า Chi Sao หรือภาษาอังกฤษเรียก Sticky Hands ที่เป็นเอกลักษณ์มากๆของมวยหวิ่งชัน คือการใช้แขนสัมผัสแขน หรือร่างกายของคู่ต่อสู้ตลอดเวลาเพื่อ"ฟัง" จะได้จับจังหวะได้ถูกต้องว่าเมื่อไหร่ต้องบล็อค และตอนไหนจะปลอดภัยที่สุดเมื่อจู่โจม โดยห้ามคิด ห้ามนึกเด็ดขาดว่าต่อไปจะทำอะไรดีนะถึงจะชนะได้ เพราะสิ่งสำคัญคือต้องเคลื่อนไหวตามคู่ต่อสู้เหมือนต้นไม้ลู่ตามลม แล้วรอโอกาสจู่โจมทันทีที่มันเสียจังหวะ และการฝึกท่า Chi Sao สำหรับเฟิร์สแล้วมันช่วยฝึกสติให้่ว่างได้ดีมาก ยิ่งถ้าใครฝึกนานๆก็สามารถเอาชนะได้แม้ปิดตาสู้ ที่เจ๋งและเป็นเสน่ห์ของหวิ่งชันอีกอย่างก็คือมันเป็นศิลปะการป้องกันตัวแบบเดียวที่คิดค้นโดยผู้หญิงเพื่อใช้เอาชนะผู้ชายที่ตัวใหญ่และแข็งแรงกว่า วิธีการก็เลยเน้นที่อะไรก็ตามที่ทำแล้วหยุดคู่ต่อสู้ได้เร็วที่สุดก็ยิ่งได้ผลที่สุด ไม่ว่ากัด นิ้วทิ่มตา หักแขนขา ถีบไข่ ได้หมดทั้งสิ้น ทำให้หวิ่งชันเป็นศิลปะการป้องกันตัวแบบเดียวที่ไม่มีกติกาหรือข้อห้ามเหมือนการต่อสู้แขนงอื่น จนถูกสั่งแบนไม่ให้เข้าร่วมแข่งขันในสนามเพราะกลัวคู่ตัวสู้อาจจะพิการหรือตาบอดได้ จะเห็นได้จากในคลิบข้างบนว่าเฟิร์สกระชากจิกดึงทึ้งผมของอาจารย์หลายครั้ง เพราะการที่ผู้หญิงตัวเล็กป้อมคนนึงจะสู้กับผู้ชายสูง 188 ซม.ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย การดึงเ้ค้าลงพื้นให้เร็วที่สุดอย่างการกระชากหนังหัวให้ลงมากองบนพื้นแล้วกระทืบซ้ำคือสิ่งที่เร็ว มีประสิทธิภาพ และไม่ต้องใช้กำลังมากมายก็ล้มอาจารย์ก้านยาวได้ง่ายขึ้น


ยิปมันอาจารย์บรู๊ซ ลี
หลังจากได้พยายามฝึกสติมาัซักระยะ ก็เริ่มเห็นสังเกตุเห็นความเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ปล่อยวางมากขึ้น ยอมรับและพอใจในตัวเอง, อารมณ์นิ่งขึ้นเป็นน้ำเย็นจากปกติที่เคยหงุดหงิดง่ายเมื่อไหร่ก็ตามที่อากาศมันร้อน ก็กลายเป็นทนความร้อนเก่งกว่าเดิม ไม่ใช่เพราะผิวหนังมันปรับอุณหภูมิให้เข้ากับสภาพอากาศได้ดีขึ้นนะ แต่เป็นเพราะพอมีสติมากขึ้น ก็จะเริ่มรู้ว่าตัวเองกำลังจะหงุดหงิด และการแผดเสียงอันดังให้คนข้างๆฟังว่าทำไมร้อนจังวะนั้นยิ่งทำให้ตัวเองร้อนกว่าเดิม คนฟังก็ำรำคาญ และการลองทนอากาศร้อนให้ได้ัก็เป็นเหมือนการท้าทายตัวเองว่าจะทนได้มั้ย และผลของการทดลองก็คือทนได้ เลยยิ่งตอกย้ำว่าสุขภาพจิตมันแข็งแรงขึ้นจนมันเย็นไปเองโดยอัตโนมัติและความหงุดหงิดก็หายไป อีกอย่างนึงที่เห็นชัดๆก็คือเฟิร์สเริ่มฝึกมวยได้นานขึ้นกว่าแต่ก่อนที่เคยฝึกได้แป๊บๆก็ขอพักเพราะเบื่อเร็วเว่อร์จนอาจารย์แอบเซ็ง บวกกับเวลาไม่มีสมาธิก็จะเจ็บตัวเยอะกว่าทำให้ท้อแท้หงุดงิด  ตอนนี้พอมีสติมากขึ้น รู้สึกเลยว่า level up ทักษะเพิ่มก็เลยชอบเรียนมากกว่าเดิมอีก และอาจารย์เค้าจะสอนการฝึกลมหายใจ ให้ยืดตัวทำโยคะด้วย นักเรียนหลายคนก็ชอบ เพราะได้ผ่อนคลายและทำให้ใจเย็นมีสติมากขึ้นเยอะ สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตจริงได้เวลาที่เจอสถานการณ์กดดันก็จัดการกับมันด้วยใจที่นิ่งขึ้น ถ้าใครอยากรู้ว่าินิ่งยังไงแนะนำให้ดู Ip Man หนังจีนมันส์ๆบู๊ๆ แต่เนื้อหาทำได้ดีมาก อ้างอิงจากชีวิตจริงของอาจารย์ยิปผู้โ่ด่งดังและเป็นอาจารย์ของบรู๊ซ ลีด้วยนะ จะเห็นได้ชัดเลยว่าอาจารย์ยิปเป็นนักสู้ที่เก่งมากๆ แบบเอาชนะตัวพ่อได้หลายสำนัก แต่บุคลิกส่วนตัวตอนเค้าไม่โหดก็จะเป็นแบบนิ่งๆ ใจเย็นและ่อ่อนโยนกับทุกคน และจากการคบหาดูใจอาจารย์แอริคแห่ง Bangkok Wing Chun มาสามปีกว่า ก็พอจะบอกได้ว่าเค้าก็เป็นคล้ายๆแบบนี้ นิ่งๆ ใจเย็น สอนเข้าใจง่าย น่ารักกับนักเรียน และการสอนหวิ่งชันคืิอความฝันสูงสุดของอาจารย์ด้วย ถ้าอยากเห็นว่าบรรยากาศการสอนเป็นยังไงก็ลองดูในคลิปนี้เลยค่ะ



บางคนอาจคิดว่าการฝึกสติฟังดูธรรมะธัมโมนุ่งขาวห่มขาว เป็นเื่รื่องของคนวัยชราที่หันหน้าเข้าวัดในช่วงสุดท้ายของชีวิตเพื่อให้ได้บุญตายไปจะได้ขึ้นสวรรค์ อยากบอกว่าไม่ใช่เลย สติเป็นสิ่งสำัคัญสำหรับทุกคนที่ควรมีอยู่ตลอดเวลา เพราะมันส่งผลโดยตรงกับความสุขสงบทางใจในชาตินี้ และเป็นตัวกำหนดความสำเร็จในทุกด้านจริงๆ หากคุณก็เป็นคนนึงที่กำลังอยากเพิ่มความแข็งแรงให้สุขภาพจิต หรือกำลังต้องการแก้ปัญหาเรื่องการควบคุมอารมณ์และสติของตัวเองให้ได้แบบไม่ต้องออกไปซื้อยาจากโรงพยาบาลโรคจิตที่มีผลข้างเคียงแย่ๆต่อสุขภาพในระยะยาวเป็นของแถม ก็อย่าลังเลให้ศิลปะการป้องกันตัวอย่างมวยหวิ่งชันเป็นทางเลือกนะคะ รับรองเลยว่ามันจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ช่วยฝึกให้คุณมีสภาพจิตใจที่สงบ เป็นอิสระจากความคิดที่ไม่สร้างสรรค์ เหมือนที่หลายคนในคลิปนี้มาเล่าให้ฟังว่าทำไมการเรียนหวิ่งชันจึงส่งผลดีต่อชีวิตพวกเค้า เช่นสาวสวยนักเชลโล่หนึ่งในนักเรียนหวิ่งชันในสารคดีนี้บอกว่าฝีืมือการเล่นดนตรีของเค้าดีขึ้นมาก และมันคือผลพลอยได้จากการฝึกสติด้วยมวยหวิ่งชันนั่นเอง

 


2 comments:

วัชรัตน์ ตาสอน said...

ขอบคุณมากครับ น่าสนใจดีครับจะติดตามนะครับ

First said...

ขอบคุณเช่นกันนะคะวัชรัตน์ที่เข้ามามาบล็อกนี้
เฟิร์สมีอีก 1 คลิปที่เพิ่งเรียนมาเกี่ยวกับวิธีจัดการกับคนร้ายหรือไอ้หื่นที่หวังจะลากคอเราจากทางด้านหลังค่ะ อยากฝากไว้ให้ดูกันสำหรับคนที่สนใจอยากทุ่มคนลงพื้นแบบง่ายๆนะคะ
http://www.youtube.com/watch?v=W4UNTxM14lo