ad code

Friday, October 5, 2012

รีวิว ผลิตภัณฑ์สูตรธรรมชาติที่ใช้ประจำวันตั้งแต่ัหัวยันเท้า




หลังจากเขียนเกี่ยวกับอันตรายจากสารเคมีในเครื่องสำอางค์ไปแล้ว ก็มีผู้อ่านรีเควสอยากเห็นว่าเฟิร์สใช้อะไรบ้างในแต่ละวัน วันนี้ฤกษ์งามยามดีได้ของที่สั่งจากทางเน็ทพอดีเลยขอรีิวิวซะหน่อย รีวิวนี้หลักๆจะเ่น้นเกี่ยวกับส่วนผสมแ่ต่ละตัวว่าอันตรายและส่งผลกระทบต่อสุขภาพยังไงบ้าง โดยอ้างอิงฐานข้อมูลจากเว็บ  EWG Skindeep ควบคู่ด้วย เค้าจัดอันดับความเป็นพิษของสารเคมีหรือ Hazard Score Key ตั้งแต่ 1-10 ดังนี้







ลองเสิร์ชหา ฟลูโอไรด์ (Sodium Fluoride) คลิ๊กป๊าบออกมาได้เีีืัีรท 6 แหน่ะ



เมื่อดูรายละเอียดในช่อง Health Concerns of Ingredients ประกอบ ก็ได้ความว่าโซเดียมฟลูโอไรด์เป็นพิษปานกลางเกือบสูง,เป็นสารก่อมะเร็ง,มีผลกระทบต่อระบบสืบพันธ์ และจะต้องใช้สารอันตรายนี้ในปริมาณจำกัด ก็เหมือนที่เค้าเขียนเตือนข้างหลอดว่าให้ใช้น้อยๆปริมาณเท่าเม็ดถั่วนั่นแหละ เอาล่ะ หวังว่าทุกคนคงจะพอเข้าใจคอนเซปในการรีวิวแล้วโน๊ะ เพราะต่อไปจะเขียนชื่อส่วนผสมเป็นสีๆ เขียว แดง เหลือง เพื่อระบุระดับความแรงของสารเคมีด้วย

No Fluoride :)

เริ่มที่ยาสีฟันที่เฟิร์สใช้ตอนนี้ก็ปลอดสารก่อมะเร็งเพราะไม่มี ฟลูโอไรด์ ยี่้ห้อที่ใช้อยู่นี่ก็เพิ่งซื้อมาลองเป็นหลอดแรก ชื่อยี่ห้อไืืืท้ไทยแต่ไ่ม่ได้แปลว่าเชยว่า "ทิพย์นิยม" ชอบตรง "แจ่ม" บนหลอด ขำดี แล้วคุณภาพเค้าก็แจ่มจริง แปรงแล้วสดชื่นปากสะอาดแบบสมุนไพร ส่วนผสมก็มี Calcium Carbonate, Sorbitol, Glycerine, Sodium BicarbonateMyrrh, Sage, Chamomole, Clove เช็ค ดูแล้วก็ปลอดภัยดีไม่มีก่อมะเร็ง และถึงจะเน้นสมุนไพรเป็นหลักแต่กลิ่นก็ไม่แรงไปอะไรไป ตัวยาสีขาวด้วย ถ้าเทียบกับดอกบัวคี่คนที่เคยใช้จะรู้ว่าสีมันจะออกแนวขี้มาก และกลิ่นสมุนไพรจะคลุ้งกระจายในปากมากกว่า อันนี้ก็แล้วแต่ความชอบแต่ละบุคคล เฟิร์สชอบลองไปเรื่อยๆถือเป็นสีสันให้การแปรงฟันไปในตัว


Shower Gel
ฟันสะอาดสดชื่นแล้วก็ได้เวลาอาบน้ำ เฟิร์ส ชอบใช้เจล หรือครีมอาบน้ำมากกว่าก้อนๆ เพราะมันบีบใส่ใยบวบขัดตัวง่ายดี ที่สำคัญช่วยตัดปัญหาเรื่องเสียอรรถรสระหว่างอาบน้ำ ณ จุดนี้คิดว่าทุกคนคงทราบดีว่าสบู่ก้อนมันชอบลื่นหลุดมือ ต้องก้มๆเงยๆเปลือยๆเก็บสบู่กันตลอด ยี่ห้อที่ใช้ตอนนี้ก็คือสองขวดทางขวา ยี่ห้อใบว่านสูตรมะขามผสมน้ำผึ้ง ใช้แล้วผื่นไม่ขึ้นไม่คันยุบยิบเหมือนครีมอาบน้ำที่เคยใช้มาก่อน ส่วนผสมมี Cocamidopropyl Betaine, Sodium Lauryl Ether Sulfate, Tamarindus indica, Sodium Chloride, Honey, Cocamide DEA, Fragrance, Polysorbate 20, Citric Acid, Glydant ที่ไม่ค่อยน่าประทับใจเท่าไหร่คือ Fragrance หรือน้ำหอมที่เป็นสารก่อมะเร็ง ส่วนเจ้า Glydant สารกันบูดก็ทำให้เกิดผื่นได้ พอรู้แบบนี้เวลาอาบน้ำก็เริ่มลดปริมาณการใช้ หยดน้อยๆจะได้ไม่เปลืองด้วย ดีกว่าประโคมฟองฟ่อด ส่วนอีกสองขวดด้านซ้ายเป็นมะขาม กับขวดสีแดงซื้อมาจากเืมืองปายเป็นสินค้าท้องถิ่นเค้า คิดว่ากลิ่นแรงไป ใช้แล้วผื่นขึ้น ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ แต่ก็ใช้จะหมดอยู่แล้ว ขอข้ามเลยละกันแฮ่ๆ


Shampoo & Conditioner
ต่อด้วยแชมพู ครีมนวด ครีมหมักผม 
ส่วนผสมในแชมพูน้ำมันมะพร้าว: Aloe Vera, Coconut Oil, D-Panthenol, Fragrance, Cocamidopropyl Betaine ครีมนวด: Homnin rice with olive oil, Cetyl Alcohol, Carsoquat CT(สารกันบูด), Fragrance, Bronidox-L 
ครีมหมักผมน้ำมันมะพร้าว: Cetyl Alcohol, Cetrimonium Chloride, Coconut Oil, Rice bran oil, Fragrance จะเห็นว่าทั้งสามอย่างมีส่วนผสมจากสารเคมีน้อยชนิด เป็นเหตุผลหลักที่เืลือกซื้อ เพราะยิ่งมีสารเคมีน้อยชื่อ ก็ยิ่งช่วยลดความหลากหลายของสารเคมีที่่หนังหัวจะได้รับนั่นเอง ถ้าลองเปรียบเทียบกับแชมพูที่วางขายทั่วไปยี่ห้อที่ทุกคนคุ้นเคย รับรองว่าจะต้องตาลายถ้าพลิกอ่านเพราะมีเยอะเว่อรๆ อย่างซันซิลค์ขวดสีชมพูเพิ่งนับส่วนผสมได้ 30 อย่าง -*- wtf จากวีดีโอนี้บอกว่าชนิดของสารเคมีที่ผู้หญิงได้รับในแต่ละวันมีถึง 200 ชนิด ผู้ชายรับน้อยกว่าครึ่งนึงคือ 100 ชนิด นี่แปลว่าเกิดเป็นหญิงแท้จริงใช้สารเคมีในปริมาณมากกว่าเพราะเพิ่มเรื่องแต่งหน้า บลา บลา เข้าไปด้วย




Hair Serum
ผมเฟิร์สแห้งเสียตรงปลายด้วย ก็เลยใส่พวกแฮร์เซรั่มให้มันหน่อย ช่วยให้ผมหวีง่ายไม่พันกัน ขวดซ้ายสีน้ำตาล Serum 3 in 1 ส่วนผสมมี Coconut oil, Sesame Oil, Rice bran oil, essence oil สามารถใช้กับ ผม ผิว และเป็นน้ำมันนวดตัวได้ ส่วนขวดเขียวขวามือยี่ห้อลีลาวดีเฮิร์บ มี Organic Germ Rice Oil, Jojoba Oil อันนี้เป็นสีใสๆ ส่วนตัวชอบลีลาวดีมากกว่า เพราะขวดสีน้ำตาลกลิ่นแรงมาก ใช้แล้วแอบหลอนว่าตัวเองเป็นผีไทยห่มสไบผมดำยาว ยิ่งใช้ก่อนนอนยิ่งเย็นยะเืยือก เอาไปให้แฟนดมดูหวังว่าฮีจะคิดต่าง แต่ก็ตอบมาว่ากลิ่นแรงมากพร้อมทำหน้าเหมือนเหม็นขี้ใส่อีก นั่นแปลว่าไม่มีโอกาสที่สองซะแล้วล่ะสำหรับ Serum 3 in 1  เรื่องกลิ่นถ้าเีทียบ กับขวดเขียวแล้วกลิ่นนุ่มประทับใจจมูกมากกว่า แต่อันนี้ก็แล้วแต่คนชอบอีกแหละ ถ้าใครชอบกลื่นแนวสปามากๆก็น่าจะรักเลย ที่สำคัญ ingredients ทั้งสองตัวดูปลอดภัยหายห่วงด้วย





Sunblock, Cleansing Gel, Powder
สำหรับหน้าเฟิร์สหยุดและเปลี่ยนมาใช้ตัวอื่นหลายตัวเลย เริ่มจากเจลล้างหน้าหลอดขวามือของ Lilawadee Herb ที่เืลือกเพราะดูแล้วมีส่วนประกอบน้อยดี แค่ 3 อย่างเอง โปรตีนไหมไทย, น้ำผึ้ง, วิตามินอี ส่วนครีมกันแดดแต่ก่อนจะใช้นูโทรจีนาเป็นหลัก หมดไปหลายขวด แ่ต่พักหลังทาแล้วเริ่มแสบร้อนหน้า สุดท้ายมาเจอกับโลชั่นกันแดดลีลาวดี SPF 50 ก็เบาบางดี ไม่เหนียวหนักหน้า ไม่เป็นคราบ ทาแล้วไม่ทรมานแสบร้อนวาบๆเป็นเปรตโดนน้ำมนต์ ส่วนประกอบคือ Thai Silk protient, Hydrolysed peal extract(ผงไข่มุกสกัด), Thanaka extract ส่วนตลับกลมๆนั่นก็คือแป้งฝุ่นสีเื้นื้อ Light Herbal Powder ตัวนี้ไม่เหมือนแป้งที่เคยใช้มาก่อนในชีวิต เพราะเนื้อแป้งออกสากๆหยั่งกะเอาผงทรายมาทาหน้า แต่คนขายเค้าบอกว่านี่แหละไฮไลต์ ไอ้ยี่ห้อทั่วไปที่ทาแล้วลื่นๆน่ะเค้าใส่แป้งมันสำปะหลัง  ฟังดูรู้สึกพี่เค้ามั่นใจอะไรซักอย่างมากๆว่าแป้งมันสำปะหลังไม่ดีนะน้อง เฟิร์สเลยซื้อมาลองซะหน่อย แต่ติดใจเรื่องแป้งมันอยู่นะ พอข้อมูลดู พบว่าชื่ออย่างเป็นทางการของมันคือ Tapioca Starch แต่กลับไม่เจอว่ามันอันตรายหรือไม่ควรใช้ อืม คิดแล้วคงหดหู่น่าดูนะ ถ้าแป้งมันเป็นสารพิษงานนี้มีอดกินราดหน้ากันทั้งประเทศ


สำหรับใบหน้าขอเริ่มรีวิวขวดเล็กตรงกลางก่อน ยี่ห้อ Lilawadee Herb เป็นวิตามิน E สกัดจากน้ำมันมะรุม + น้ำมันรำข้าว ไม่ค่อยได้ใช้เท่าไหร่เพราะซึมช้าหน้าเหนียว แถมกลิ่นออกแนวตะไคร้ใบมะกรูดสุดๆ ถ้าลองชิมดูอาจเป็นรสต้มยำก็เป็นได้ ขวดใหญ่ซ้ายสุดน้ำมะเ์ฟืองสกัดชีวภาพ AHA แบบบ้านๆ ช่วยในเรื่องผิวขาวใส เคยได้ยินชื่อเสียงของมันว่าเหม็นพอๆกับน้ำขังขยะเปียก แต่เฟิร์สว่ากลิ่นมันไ่ม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้น ออกแนวไวน์ไฮไซซะด้วยซ้ำ วิธีใช้ก็เอาหยดใส่สำลี ทิ้งไว้ซักพักพอยุบยิบ 5-10 นาที แล้วล้างออก ส่วนขวดขวาสุดสภาพเยินเล็กน้อยเพราะใช้จะหมดขวดแล้ว มันคือ Pomegranate Seed Oil 100% หรือ น้ำมันทับทิม ไม่มีสารเคมีเจือปน ใช้เพิ่มความชุ่มชื่นให้หน้าแห้งๆได้ดี หน้าที่เคยแห้งลอกขุยๆก็หายสนิทเลย และมันเป็นสารต้านอนุมูลอิสระเข้มข้นที่ช่วยต่อต้านตีนกาและริ้วรอยด้วย เริ่ดตรงที่ต้องสกัดทับทิมถึง 200 ปอนด์จึงจะได้น้ำมันทับทิมเพียง 1 ปอนด์เท่านั้น ฟังดูเข้มข้นน่าใช้ดีปะ




ประโยชน์ของทับทิม


Coconut Oil
เ้จ้าขวดนี้ชอบมากๆ น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ใช้ได้หลาย อย่าง หมักผมก็นิ่มดี แ่ต่อย่าโปะเยอะเกินโดยเฉพาะหนังหัวเพราะล้างยากมาก เฟิร์สมีประสบการณ์ตรงหรือโง่มาแล้ว หัวเหนียวๆทั้งๆที่เพิ่งจะสระผมเสร็จ ต้องกลับเ้ข้าห้องน้ำสระผมรอบสองอีก เพราะงั้นควรใช้น้อยๆค่อยๆนวดให้มันซึม ส่วนประโยชน์อีกอย่างที่ดังมากคือใช้ทำ Oil Pulling อมน้ำมันมะพร้าว 2 ช้อนโต๊ะ แล้วดูดๆดุนๆในปากซัก 15 นาที ช่วยขจัดแบคทีเรียในช่องปาก และที่ปลื้มที่สุดคือมันใช้เช็ดเครื่องสำอางค์ได้ด้วย แต่ก่อนเคยใช้ Makeup Remover ยี่ห้อที่ขายในร้านขายยาแต่ก็ยังแสบร้อนหน้าเวลาใช้ รู้สึกว่าถ้าอยากให้หน้าสะอาดแต่ต้องใช้สารเคมีมาเช็ด แล้วก็ต้องล้างออกด้วยสารเคมีอีกที มันจะสะอาดได้ยังไงในเมื่อต้องใช้สารเคมีเยอะขึ้น? ดังนั้นน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นเลยเป็นไอเท่มที่เริ่ดสุดๆชอบมาก แถมยังมีประโยชน์ในเรื่องความชุ่มชื่นด้วย วิธีใช้ก็คือทาลงบนหน้า เปลือกตา ขนตา ปาก คลึงๆให้ซึมเข้าไปทั่วหน้า แล้วเอาสำลีชุบน้ำหมาดๆเช็ดหน้าได้เลย แล้วล้างออกด้วยสบู่



อีกอย่างนึงที่ใช้มานานหลายสิบปีก็คือลิปมันเภสัชกร หรือขี้ผึ้งทาปาก ส่วนผสมบอกตรงๆว่าไม่รู้เพราะไม่มีเขียนบอกไว้แต่คิดว่าน่าจะเป็น Beewax เพิ่งเข้าไปขอส่วนผสมในเฟซบุ็๊็คเค้าถ้าตอบแล้วจะเอามาเฉลยให้ฟังกัน ส่วนเหตุผลที่ติดใจใช้ต่อเนื่องก็เพราะมันช่วยให้ปากนุ่มขึ้นได้จริงๆ ช่วงไหนปากแห้งลอกก็จะโปะตัวนี้ก่อนนอน พอตื่นมาปุ๊บไอ้ที่แห้งๆก็ลอกออกเหลือแต่ปากนุ่มชุ่มชื่น เคยลองลิปมันตัวอื่นตอนปากแห้งลอกแล้วแสบหนักกว่าเก่าอีก แต่เภสัชเพื่อนแท้ไม่เคยทรยศให้แพ้เลยซักครั้งเดียว เรียกได้ว่าของถูกและดีมีในโลกจริงๆแค่ 12 บาทเอง เคยแนะนำให้เพื่อนปากแห้งใช้ก็ติดใจกันใหญ่  ใส่กระเป๋าไว้ใช้ระหว่างวันก็สะดวกเพราะตลับมันเล็ก ถ้าใครไม่ชอบหน้าตาของมันแนะนำให้ซื้อมาเยอะๆแล้วแคะรวมใส่กระปุกลายน่ารักแทน ใช้ได้ทุกคนในครอบครัวด้วย ผู้ชายข้างๆก็ชอบให้เค้าใช้ด้วย ปากจะได้นุ่มๆน่าุจุมคิส<3

  
 
100% Natural for Cleaning




สุดท้ายเป็นน้ำยาสมุนไพรอเนกประสงค์ของสยามกรีนโกลด์ ผลิตจากเอ็นไซม์ มะกรูด สัปะรด มะขาม ใช้ซักผ้า ล้างจาน ล้างห้องน้ำก็ได้ ไม่มีสารเคมีสะสมไม่ก่อมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม ใช้แล้วไม่คันมือเหมือนใช้พวกผงซักฟอก เคยใช้แฟ๊บซักผ้าแล้วพอเอามาใส่มันคันมาก แล้วคิดดูว่าต้องใส่ทั้งวัน ผลคือผื่นขึ้นเป็นรอยตามขอบกางเกงใน เสื้อใน แต่ตอนนี้ไม่มีปัญหานั้นอีกเลย เวลาล้างจานก็ไม่ต้องกลัวมันจะกัดมือลอกด้วยนะ เพราะไม่มีสารเคมีเลยอ่อนโยนกว่าน้ำยาล้างจานทั่วไปค่ะ






จะเห็นว่าผลิตภัณฑ์ต่างๆที่เฟิร์สใช้ก็ใช่ว่าจะปลอดภัย 100% เพราะการจะหาที่ไร้สารเคมี ไม่มีน้ำหอมเจือปนมันยากเหลือเกิน แต่อย่างน้อยๆทุกวันนี้ก็อุ่นใจมากขึ้นนะว่าร่างกายได้รับสารเคมีน้อยลงกว่าแต่ก่อนเยอะ ส่วนถ้าใครสนใจอยากเช็คดูบ้างว่าสารเคมีที่คุณใช้อยู่มันแรงมากน้อยแค่ไหน  ก็เข้าไปที่เว็บไซต์ด้านบนได้เลย จะเสิร์ช จากชื่อยี่ห้อ ก็มีให้หาถึง 74,000 ยี่ห้อ หรือพิมพ์ชื่อส่วนผสมลงไปเลยก็ได้ค่ะ

จงระลึกไว้เสมอว่าร่างกายของคุณคือสิ่งเดียวที่คุณจะเป็นเจ้าของไ้ด้ โปรดรักษาและดูแลให้มันแข็งแรงเพราะไม่รู้ว่าต้องใช้มันไปอีกกี่สิบปีใช่มั้ย อะไรที่จะทำให้ร่างกายอ่อนแอลง ก็หลีกเลี่ยงซะเถอะค่ะ ด้วยความห่วงใยจากใจจริง



13 comments:

May said...

ขอบคุณข้อมูลดีๆนะคะ ตอนนี้ก็เริ่มมาใช้สมุนไพรมากขึ้นแล้ว เพราะทุกวันนี้โรคต่างๆมันเยอะ ถ้าเราลดใช้สารเคมีลงบ้างในสิ่งของใกล้ตัว ร่างกายเราก็คงจะดีขึ้นคะ

First said...

ใช่เลยค่ะ May สารเคมีบางตัวทำให้ภูมิคุ้มกันโรคลดลง บางตัวก่อมะเร็ง ผู้ผลิตเค้าไม่ได้ห่วงสุขภาพของเราหรอกค่ะ เค้าห่วงแต่ต้นทุนและกำไร ดังนั้นเราก็ต้องห่วงและระวังให้มากขึ้น สนับสนุนสินค้าของผู้ผลิตที่ใส่ใจกับสุขภาพของลูกค้าก็ดีนะคะ วิน วิน ทั้งสองฝ่ายค่ะ ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์ค่ะ :)

Anonymous said...

มาแว้ววววว อ้าว! มีเมย์อื่นชิงตัดหน้าไปซะล่ะ ว๊าาาา แต่เฟิร์สก้อรู้แฮะว่าไม่ใช่พี่ ฮี่ๆ ขอบคุณมากๆเลยนะจ๊ะที่สนองนี้ดของพี่สำหรับบล็อคนี้ พี่จะขออนุญาตรีวิวของพี่บ้างนะ แชร์ประสบการณ์บอกเล่ากันไป เริ่มที่ยาสีฟัน ด้วยว่าสามีเค้ารู้เรื่องฟลูโอไรด์มานานแล้ว แต่จะหายาสีฟันดีๆแถวนี้ก้อยาก เคยซื้อที่ทำจากอะโลเวร่า ปลอดภัยดีแต่แพงมากแถมไม่สะอาดไม่สดชื่นภาระเลยตกที่พี่โทรข้ามประเทศให้แม่ส่งดอกบัวคู่มาให้ ต่อไปครีมอาบน้ำ ด้วยความที่เบี้ยน้อยหอยน้อยเลยใช้ของ the body shop พีใช้กลิ่นมะพร้าว ส่วนสามีใช้ hemp อ่ะต่อไปสครับขัดผิว พี่ใช้กากกาแฟผสมครีมอาบน้ำ ทำเดือนละสองครั้ง ประหยัด หรืออีกสูตรใช้เกลือน้ำตาลทรายและโอลีฟออยล์ ประหยัดและผลลัพธ์ก้อเริ่ดดด มาถึงแชมพูครีมนวด ขอข้ามนะค่ะ เพราะว่าหายากและแสนแพงโคตร เลยใช้เฮดแอนด์โชว์เดอร์แก้รังแคไป ทีนี้มาถึงไฮไลท์ แท่นแทนแท้นนน น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นออแกนิกส์ ใช้ได้ตั้งกะหัวยันเท้า ของเค้าดีจริงเอามาใส่แทนน้ำมันใส่ผมทั่วไป ผมนุมลื่น ล้างเครื่องสำอาค์ก้อได้ ทาหน้าแทนครีมทาหน้าและเป็นกันแดดในตัว หน้านุ่มและไม่เหนียวเนอะหนะ ทาผิวก้อดี ลูกสาวก้อใช้แทนเบบี้ออยล์ สามีก้อใช้ทาหน้าใส่ผม กลิ่นเดียวกันทั้งบ้านเลย หอมน่ากินที่สุด และสุดท้ายปาก วาสลีนค่ะ สารพัดประโยชน์ โบ๊ะก่อนนอนตื่นมาปากนุ่ม ศอกแห้งส้นเท้าแตก โบ๊ะเข้าไปเริ่ดดดดจะตาย ประหยัดดี เดี่ยวคราวหน้าจะมารีวิวเครื่องสำอางค์ให้นะค่ะวันนี้พอก่อนนะ พิมพ์จากมือถือมันเมื่อย! Xoxo

First said...

พี่เมย์ เฟิร์สรู้ว่า May ข้างบนไม่ใช่พี่เมย์ from Sweden ค่าา เฟิร์สกับ Eric เีรียกพี่แบบนี้เป็นอันรู้ว่าเมย์ ไหน 55 เพราะเฟิร์สก็มีเพื่อนชื่อเมย์ด้วยอะ ขอบคุณที่แวะมาอ่านนะคะ รีวิวนี้ก็ได้แรงบันดาลใจจากรีเควสของพี่เมย์น่ะแหละ เป็นรีวิวแรกในชีวิตเฟิร์สเลย
ขอบคุณที่รีวิวให้ฟังกลับนะคะ สครับทั้งสองสูตรน่าลองมากๆไม่แพงดีด้วยเนอะ แล้วน้ำมันมะพร้าวก็หอมน่ากินจริงๆ แต่น่าเสียดายที่พวกแชมพูสบู่สูตรธรรมชาติที่โน่นแพง ทั้งๆที่มันใช้สารเคมีน้อยกว่าด้วยซ้ำอะ ไม่เป็นไรไว้มาไทยเมื่อไหร่ค่อยซื้อแบบยกลังกลับสวีเดนไปเลย

ยังไงจะรออ่านรีวิวเครื่องสำอางค์นะ ^^

Anonymous said...

มีเวลามาตอบแล้วค่ะ เพิ่งจะเดินไปสำรวจในห้องน้ำมาว่ามีไรมั่ง ปรากดว่ามีไม่เยอะแฮะ แฮ่ๆ เรื่องของเรื่องคือตั้งแต่พี่เปลี่ยนนิสัยการกินมาได้ประมาณปีกว่าๆ เริ่มจากเป็นมังสวิรัตจนมาตอนนี้กินผักผลไม้สดมากขึ้น กล้วยทุกเช้า ผิวพรรณก้อดีขึ้น พี่เลิกใช้รองพื้นไปเลย เปลือยหน้าให้รู้กันไปว่าสามสิบยังแจ๋วนะย่ะ ไม่แต่งหน้าเหมือนเมื่อก่อนแล้ว รู้สึกดีนะ แต่ก้อมีบ้างบางโอกาศพิเศษที่พี่จะแต่งแบบฟูลออฟชั่นเพราะไม่อยากน้อยหน้าชะนีที่นี่ 555 แต่พี่จะติดไม่กี่อย่างก้อมี ดินสอเขียนคิ้วมาสคาราและลิปบาล์ม ไลน์เนอร์พี่เลิกใช้ไปเลยเพราะว่ารู้สึกไม่ดีต่อดวงตาอ่ะ แต่ที่เลิกอย่างเด็ดขาดเลยก้อคือโรออน เมื่อก่อนรักแร้ดำมากกกก อายอ่ะ ลองมาสารพัดยี่ห้อที่ว่าขาวๆ กลับแย่กว่าเดิม แถมสิวที่รักแร้อีก กำ แต่ตั้งแต่เปลี่ยนการกินบวกกับลองไม่ใช้อะไรดู ให้ร่างกายเราดูแลของมันเอง โอ้ววววมันอเมซิ่งมากๆ เต่าที่เคยมิดไนท์มาตลอดก้อกระจ่างใสขึ้นประหนึ่งเต่าสปริง ตอนนี้แม้เต่าจะยังไม่ซัมเมอร์ แต่ก้อมั่นใจขึ้นเยอะอ่ะ
นี่แหละที่เค้าเรียกว่าสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอก มันบลิ๊งค์ขึ้น แบบสวยสุขภาพดีแบบธรรมชาติไงค่ะ ;-)

First said...

อุ้ยเต่าดำเหมือนกันเลยพี่เมย์ เฟิร์สก็หยุดใช้โรลออนไปแล้วเหมือนกัน รู้สึกว่าใสขึ้นกว่าเมื่อก่อนจริง ตอนนี้ก็เอา AHA ทาเผื่อมันจะขาวขึ้นจะได้ยกแขนได้สะดวกใจกว่าเดิม 55
ขอบคุณที่เข้ามาแชร์ให้ฟังนะคะ พี่เมย์น่ารักที่สุด :D

SiamGreenGold said...

แวะมาเยี่ยมชมและให้กำลังใจค่ะ บล็อกสวย คนเขียนสวย เก่งและขยันแบบนี้ ต้องชมกันดังๆ ค่ะ สู้ๆ นะคะ ;)
พี่เอ๋
www.SiamGreenGold.com

First said...

ขอบคุณมากๆที่แวะมาให้กำลังใจนะคะพี่เอ๋ ^^
ขอให้สยามกรีนโกลด์กิจการรุ่งเรือง ทำสินค้าดีๆปลอดภัยต่อผู้บริโภคแบบนี้ไปนานๆนะคะ

Oats said...

ใช้สมุนไพรเยอะเหมือนกันค่ะ

http://pimlamer.blogspot.com/

First said...

เข้าไปดูในบล็อกแล้วค่ะคุณ Oats เยอะจริงๆค่ะ สีผึ้งแม่เลียบน่าลองมากเลยแต่เฟิร์สไมู่รู้จะซื้อที่ไหน เห็นดังมากๆเลยค่ะในห้องแป้งพันทิพย์
ขอบคุณที่เข้ามาแชร์นะคะ ^^

naddyinswiss said...

ขอบคุณคุณเฟิร์สมากเลยนะคะ ตอนนี้กำลังสนใจเรื่องราวเหล่านี้อยู่ รู้สึกเพจนี้มีประโยชน์มากๆ ลงเรื่องราวๆดีๆแบบนี้อีก จะขอบคุณมากๆ ถึงมากที่สุดเลยค่ะ

naddyinswiss said...

ขอบคุณมากๆค่ะ มีประโยชน์มากจะเข้ามาติดตามเรื่อยๆนะคะ

First said...

ยินดีและขอบคุณเช่นกันที่แวะมาอ่านและคอมเม้นท์นะคะคุณ naddyinswiss ดีจังเลยที่เป็นห่วงสุขภาพค่ะ