ad code

Wednesday, January 25, 2012

The Moon Landing Hoax.. จับโกหกนาซ่ากับภารกิจเหยียบพระจันทร์

หลายต่อหลายคนเชื่อแบบไร้ข้อกังขาว่ามนุษย์อเมริกันได้ไปเหยียบดาวพระจันทน์มาแล้ว เพียงเพราะเค้าเอารูปภาพมาโชว์แล้วก็ออกอากาศทอดสดใ้ห้ดูในทีวีกัน และมันก็เป็นการง่ายสะดวกสบายดี เวลาที่เชื่อในสิ่งที่คนหมู่มากเค้าเชื่อกัน แต่ยังมีเหล่าผู้หูหนัก ไม่เชื่อง่ายๆ ทำการศึกษาหารายละเอียดจนได้ความจริงว่า แท้จริงแล้วมนุษย์ยังไม่เคยไปพระจันทร์ และภารกิจอพอลโล่ืัทั้งหลายก็แค่ถ่ายทำกันในสตูดิโอที่ไร้ความเนียนในการโกหก เป็นการเริ่มต้นของเรื่อง The moon landing hoax เรื่องหลอกลวงระดับโลก เค้าเหล่านั้นคือ..

David Percy
ขอแนะนำแบบเรียงตัว เริ่มที่ Devid Percy เขียนเรื่อง'Dark Moon: Apollo and the Whistle-Blowers' ผู้ผลิตรายการโทรทัศน์และภาพยนตร์ระดับรางวัล, Bill Kaysing  เจ้าพ่อแห่ง Moon Hoax Theory   ฮีทำงานเป็นนักเขียนด้านเทคนิคให้กับ Rocketdyne บริษัทที่เกี่ยวข้องในโครงการอพอลโลซะด้วย ประสบการณ์เกี่ยวกับการสร้างจรวดช่วยเป็นแรงบันดาลให้บิลเขียนหนังสือเรื่อง "We Never Went to the Moon" (เราไม่เคยไปพระจันทร์) ตึ่ง โป๊ะ!, Bart Sibrel นักทำหนังอาชีพ ผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ให้กับ NBC, FOX, CNN, BET, USA, และ The Tonight Show มากกว่า 25 ปี    ในช่วงวัยเด็กของบาร์ทนั้นเต็มไปด้วยความฝันอยากเป็นนักบินอวกาศ และหลงไหลการไปพระจัีนทร์แบบเข้าเส้น แต่แล้วหลังจากที่บาร์ทเห็นภาพวีดีโอจากพระจันทร์จากนาซ่าก็ทำให้เค้าศรัทธาในนาซ่า และทำหนังเกี่ยวกับมันซะเลยสองเรื่องคือ A Funny Thing Happened on the Way to the Moon กับ Astronauts Gone Wild  คนสุดท้ายคือ Jack White ช่างถ่ายภาพอาชีพ เค้าศึกษาหาความผิดปกติในภาพถ่ายของการไปพระจันทร์ ได้เป็นร้อยๆ หาดูได้ที > Jack White's Apollo Studies

....มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

1. เริ่มจาก ..แท่นแท๊นน ยาน Apollo 11 ที่นำเหล่านักบินอวกาศลงจอดได้อย่างสำเร็จหมดจดงดงาม แต่ เิอิ่ม - -" สงสัยว่าชั้นจะคาดหวังสูงไปรึเปล่าเนี่ยยย นี่หรือสภาพยานอวกาศที่ไปได้ไกลถึงพระจันทร์ำ ทำไมมันช่างแลดูบอบบาง ยุ่ยง่าย เก่าซอมซ่อพอๆกับโรงแรม Apollo วิภาวดีขนาดนี้ล่ะย๊ะ! แล้ววัสดุที่ใช้ประกอบยานที่นาซ่าบอกว่าผลิตด้วยวิวัฒนาการขั้นสุดยอด ตกลำละ 3 พันล้านนั้น มันดูคุ้นๆแบบร้านเครื่องเขียนก็มีขาย เพราะหน้าตาละม้ายคล้ายกระดาษซะเหลือเกิน แถมยังขาดและเยิน ผ่านการปะแล้วชุนด้วยอีฟอล์ยสีทองไปทั่วลำ บอกได้คำเดียวว่าละเหี่ยติ่งได้อีกกับภาพรวมของยานอพอลโล่ลำนี้ -*-

  2. สังเกตุจากขายานหุ้มฟลอยทอง จะเห็นว่าดินฝุ่นบนพระจันทร์ดูนิ่งสงบ ไม่มีเศษฟุ้งขึ้นมาติดกับขาตั้งยานเลยซักกะเม็ด ราวกับเอายานไปวางวางเอาไว้เฉยๆแบบไร้การลงจอดของยานใดๆ!



Spotlight Sun
3. แสงชนิดเดียวที่มีบนพระจันทร์นั่นก็คือแสงที่ได้รับจากพระอาทิตย์ และเงาตกกระทบที่ได้ก็จะต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกันด้วย แต่ลูกศรฉึกๆจาก 3 ภาพด้านบนนี้ชี้ให้เห็นตำแหน่งของแสงว่ามันไม่เป็นธรรมชาติเลย เพราะมันมาจากหลายทิศทางผิดหลักความจริง ความเป็นไปได้อย่างเดียวก็คือนักบินหอบเอาสปอตไลท์ส่วนตัวขึ้นไปด้วย แต่ก็ไม่มี และยังปฎิเสธว่าไม่ได้ขนไปเพราะยานมันแคบ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยังมีภาพถ่ายมากมายที่ฟ้องว่าแสงเงาในรูปเจ้าปัญหาพวกนั้นคือแสงจากสปอตไลท์

4. แสงฟุ้งๆด้านขวานั้นเกิดจากแสงที่ตกกระทบกับฉากด้านหลัง ซึ่งหากว่ารูปนี้ถ่ายกันบนอวกาศจริงๆ มันจะไ่ม่ปรากฎให้เห็นแบบนั้น เพราะบนอวกาศไม่มีแบ็คกราวน์

 

5. ภาพในวีดีโอด้านบนคือภาพที่นักบินกำลังปักธงโพร๊ะ!ลงพื้นพระจันทร์ให้ชาวโลกได้รู้โดยทั่วกันว่าอเมริกันมาเยือน เป็นภาพที่สง่างามในความทรงจำของหลายๆคนค่ะ กับภาพของนักอวกาศยืนข้างเสาที่มี ธงปลิวไสวท้าลม แต่เนื่องจากบนพระจันทร์มันไม่ีลมหรือแม้แต่อากาศ ดังนั้นไอ้ที่เ็ห็นธงปลิวได้ก็ไม่ใช่ละ เดาเอาว่าคงเ็็ป็นความผิดพลาดทางเทคนิคของนาซ่า ไม่งั้นก็ ผีหลอก!
 


6. นี่คือภาพการเดินในสภาพไร้น้ำหนักของนักบินประจำยาน Apollo 16,17 ที่ถ่ายทอดออกอากาศทางทีวีให้ได้ดูกันอย่างตื่นเต้นระทึกใจไปกับนักบินเดินสโลโมชั่นท่ามกลางพื้นผิวเป็นหลุมเป็นบ่อ  แต่ถ้าหากลองเร่งสปีดขึ้นอีก 2 เท่า ความตื่นเต้นจะลดน้อยลงทันที และเห็นเป็นภาพการเดินปกติโลก และหากสังเกตุดีๆ จะเห็นแสงสะท้อนเข้าสลิงที่แขวนเอาตัวนักแสดง เอ้ย นักบินเอาไว้เพื่อให้เดินตัวลอยๆ กระโดดสูงๆได้ ลองดูที่นาที่ที่ 1:18 ที่่ทำให้วีดีโอนี้พลาดแบบไม่เนียนไปนิสนะ


7. จุดแดงและเขียวที่ถาพขวามือคือตำแหน่งของสปอตไลท์ ซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้ว่าบนดวงจันทร์จะมี ถ้าไม่ใช่สตูดิโอ


8. แสงที่อยู่บนหมวกนักบินอวกาศประจำยานอพอลโล่ 12 นั้นดูไม่เหมือนกับแสงพระอาทิตย์ ยิ่งพอซูมๆเข้าไปใกล้ๆมุมบนของกระจกหน้าของหมวกนิรภัยก็ยิ่งกระจ่างว่านั่นมันเป็นภาพสะท้อนของสปอตไลท์

9. แรกเริ่มเดิืมทีมีนักบินอวกาศทั้งหมด 14 คนที่ได้รับเลือกให้เข้ามาทดสอบความสามารถก่อนการบินจริง ในรอบสุดท้ายจะคัดเหลือแค่ 3 คนเท่านั้นที่จะได้เข้ายาน แต่จะเป็นเพราะดวงซวยหรืออย่างไรไม่ทราบได้ นักบิน 11 คนตายเรียบอย่างน่าฉงน คนนึงตายในอุบัติเหตุรถยนต์  3 คนตายอนาถอยู่ในแคปซูลที่ใช้ทดลอง เพราะดันมีอุบัติืเหตุจากการปั้มออกซิเจนเข้าไปมากเกินไปจนแคปซูลระเบิดบึ้ม! ส่วนที่เหลืออีก 7 คนตายอย่างประหลาดและบังเอิ๊ญ บังเอิญที่สุดโดยอุบัติเหตุเครื่องบินตก อย่าเ้ข้าใจผิดว่าทั้ง 7 คนตายด้วยกันนะ เพราะพวกเค้าต่างคนต่างตาย ต่างคนต่างไปกันคนละลำซะด้วยซ้ำ! 


 10. หลังจากนักบินทั้งสามที่ประจำยาน Apollo 11 กลับมาจากพระจันทร์แล้ว ได้มีการเปิดให้สัมภาษณ์ความรู้สึกของนักบินทั้งสามเกี่ยวกับทริปการไปพระจันทร์ที่ทุกคนตั้งหน้าตั้งตาอยากฟัง แต่กลับกลายเป็นว่าทั้งสามคนไม่ได้ดูภูมิใจหรือตื่นเต้นกับความสำเร็จของตัวเองดั่งฮีโร่เลยซักนิด แถมแสดงท่าทีวิตกกังวล  ทั้งอารมณ์ สีหน้า ภาษากายของทั้งสามคนยังดูราวกับว่าโดนบังคับเอาปืนจ่อหลังให้พูดซะอย่างงั้น


11. ในงานครบรอบ 25 ปี ของอพอลโล่ 11 นีล อาร์มสตรองได้ให้โอวาทแปลกๆว่า ''ความจริงน่ะมันมีอยู่ รอเพียงแค่คนที่หาความจริงมาเปิดเผยเท่านั้น''

12. ภาพวีดีโอการไปพระจันทร์ที่ออกอากาศนั้นเป็นภาพขาวดำ ทั้งๆที่กล้องวีดีโอที่เอาไปนั้นสามารถถ่ายเป็นสีได้ เหตุผลก็คือวีดีโอตัว Original ที่เป็นภาพสีแบบ Hi-Def ดันหายไปไหนก็ไม่รู้

13. พิมพ์เขียวของยานอพอลโล่ก็หายอย่างไร้ร่องรอยด้วยเหมือนกัน


14. หนึ่งในภาพการไปพระจันทร์ของ Apollo 16  ดันมีตัว C ปรากฎหลาอยู่บนก้อนหิน มันมาจากไหนได้อย่างไร ?? กลายเป็นข้อสงสัยปุจฉาวิสัจนากันใหญ่โต แต่ถ้าเป็นชาวฮอลลีวู้ดมาเห็นเค้าจะร้องอ๋อทันที เพราะเป็นที่รู้กันดีในวงการหนังว่าตัว C นั้นเป็นเครื่องหมายของ Center of the Scene!


15. Jack White ให้ข้อสังเกตุเกี่ยวกับเครื่องแต่งกายของ Buzz Aldrin ที่ดูแล้วเปลี่ยนบ่อยไปหน่อยมั้ยอะ กับถุงมือดำบ้าง ขาวบ้าง เดี่ยวก็ใส่สีเทา เหมือนตัดสินใจไม่ได้ว่าจะใส่สีอะไรดี ส่วนบู้ทก็เดี่๋ยวสั้นเดี๋ยวสูง สายรัดข้อมือก็ถอดๆใส่ๆ แบบว่า นี่คุณ ฺีBuzz ชิลมากค่ะ มาเดินบนพระจันทร์หรือมาเดินแคทวอร์คกันคะงานนี้

16. ดินบนพื้นดวงจันทร์นั้นละเอียดจนเรียกได้ว่าเป็นฝุ่นผง แต่กลับไม่มีร่องรอยของล้อรถ LRV ( Lunar Rover ) บนพื้นดวงจันทร์ให้เห็นราวกับว่ามันมีใครเอาลงไปตั้งไว้แบบนิ่งๆ

17. อันนี้มีรอยล้อ LRV แล้ว แต่ทว่าตัวรถมันยังนอนอยู่ในห่อโดยไม่มีใครแกะเลย แล้วรอยล้อมันมาได้ไง?


18. แสงของพระอาทิตย์เมื่อมองจากโลกแล้วจะเห็นเหมือนภาพแรกด้านซ้าย ส่วนภาพด้านขวาคือพระอาทิืตย์ของนาซ่าบนดวงจันทร์ีที่ดูไม่เหมือนพระอาทิตย์ซักนิด ถ้าบอกว่าเป็นสปอร์ตไลท์ยังน่าเชื่อและดูจริงใจซะกว่า


19. Jack White ได้ทำการสืบภาพการภารกิจ Apollo 15 16 17 ทั้งสิบด้านบน ปรากฎว่าสามภารกิจนั้นถ่ายทำในสตูดิโอเดียวกัน มุมเดียวกัน ฉากเดียวกันเป๊ะ!


 20. นี่คือหินดวงจันทร์ที่ Neil Armstrong กับ Buzz Aldrin หยิบกลับมาด้วยจากภารกิจอพอลโล่ 11 และมอบให้พิพิธภัณฑ์ Rijksmuseum ที่ฮอลแลนด์เก็บเอาไว้ หินดวงจันทร์ก้อนนี้มีมูลค่าถึง £308,000 มีคนจากทั่วโลกเข้าชมปีละกว่าหมื่นคน แต่หลังจากผ่านการสำรวจแล้วกลับกลายเป็นว่าหินนี้มันไม่ได้มาจากนอกโลก ไม่ต้องไปหยิบไกลถึงพระจันทร์ เพราะที่แท้มันคือไม้ที่กลายเ็ป็นหิน แต่พิพิธภัณฑ์ก็ยังคงเก็บไว้โดยให้เหตุผลว่า "เก็บไว้ขำๆ"
Read the London Telegraph article


Bart Sibrel
21. Bart Sibrel  หนึ่งในผู้กล้าตามล่าหาความจริงกับภารกิจการไปพระจันทร์ ได้สร้างสารคดีเรื่อง Astronauts Gone Wild  มีการบันทึกบทสัมภาษณ์นักบินอวกาศที่เคยไปพระจันทร์มาแล้ว บาร์ทยังเข้าเผชิญหน้ากับหลายๆนักบินเพื่อขอให้เค้ายืนยันว่าการไปพระจันทร์ไม่ใช่เรื่องโกหก หากบริสุทธิ์ใจจริง ก็ขอให้สาบานกับพระเจ้าว่าไปเหยียบพระจันทร์มาแล้ว และต้องวางมือบนคัมภีร์ไบเบิ้ลด้วยเพื่อความขลัง ฟังดูไม่น่าจะมีปัญหาถ้าแ่ต่ละคนไปมาแล้ว ดีซะอีกที่จะได้ใช้โอกาสนี้ในการพิสูจน์ความโปร่งใส แต่เอาเข้าจริงหลายคนกลับของขึ้น เหวี่ยง ปรี๊ด วิ่งหนี ด่า เตะตูด  Buzz Aldrin (จาก Apollo 11) ถึงกลับชกซะบาร์ทหน้าหงาย   Ed Mitchell (จาก Apollo 14) ก็ำไล่บาร์ทออกจากบ้าน แถมลูกชายเอ็ดยังขู่ว่าเรียก CIA มาฆ่าบาร์ทซะเลยดีมะ อะไรจะขนาดนั้น เอ..มันน่าสงสัยมั้ยว่า ทำไมนะ เหล่านักกล้าท่องอวกาศพวกนี้ถึงกลัวนักที่จะเปล่งวาจาสาบานว่าเค้าไปพระจันทร์มาแล้วจริงๆ?








6 comments:

Somphot Ouanbang said...

เยี่ยมมากเลยครับ !!

First said...

ขอบคุณที่แวะมานะคะ ^^

Bundith Kiatjaturong said...

ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ โลกเราไม่ใช่จะเชื่ออย่างไร้สารพ อไปตลอดนะครับ

Mishiyoyo said...

ขอบคุณมากๆครับ

Anonymous said...

องค์กรถลุงเงินชัดๆ โคตรคอรัปชั่นเหมือนกัน 555จะมาสำรวจเมฆในไทย กากมาก 555 ขอบคุณที่รวบรวมให้ดูกัน มีหลายคลิปโดนลบ เสียดาย

Jackie peerapong said...

ชี้ชัดควั่บบบบ ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ ^^