ad code

Thursday, May 26, 2011

Chemtrails ... เราทุกคนกำลังโดนวางยาพิษ !!

รู้ตัวหรือไม่ว่า เรากำลังหายใจเอาอากาศที่มีสารพิษปนเปื้อนอยู่ !!! ใช่ค่ะ มันอยู่บนหัวคุณน่ะแหละ  หากคุณแหงนมองบนฟ้า รับรองว่าต้องมีซักวันนึงในหนึ่งอาทิตย์ ที่คุณจะเห็นเมฆที่เป็นเส้นยาวๆ หรืออาจจะโป๊ะเช๊ะได้เห็นเครื่องบินกำลังพ่นมันอยู่อย่างหน้าด้านๆ แบบที่รูปภาพด้านล่าง เค้าทำมันบ่อยมากๆ เห็นมันแทบจะทุกวัน โดยเฉพาะตอนเช้าๆ  ไอ้เมฆเคมีนี้มันเรียกว่า Chemtrails หรือภาษาไทยเรียกว่าเมฆเคมี  จริงๆแล้วไอ้โครงการสเปรย์ยาพิษนี่มันมีมาหลายปีแล้วในหลายประเทศทั่วโลก แต่ตอนนี้เราเริ่มเห็นมันมากจนเว่อร์แล้วในกรุงเทพ  ลองมาดูรูปที่เฟิร์สตื่นมาถ่ายได้พอดีในเช้าวันนึง

นี่คือรูปแรก ตื่นมาจ๊ะเอ๋กับมันตอนเช้าช่วง 7 โมง โอ้โห อึ้งกันเลยทีเดียว ม่างมีตั้ง 3 เส้น แล้วดูมันกำลังทำอีกเส้นนึง ดู ดู๊ ในวงกลมสีเหลืองน่ะ


กำัลังพ่นอย่างต่อเนื่อง เป็นเส้นยาว


ยาวเลยพี่น้อง


ผ่านไปซักพัก ไอ้เส้นนี้ก็กลายเป็นเส้นใหญ่ขึ้น เอียงไปทางซ้ายเล็กน้อย เนื่องจากโดนลมพัด หลังจากนั้นซัก 15 - 20 นาีที มันก็กำลังขยายใหญ่ขึ้น


พอจะเห็นแล้วนะคะ ภาพของเมฆเคมี ที่เรียกว่า "เมฆเคมี" ก็เพราะว่า เจ้าเมฆเส้นขาวๆยาวๆที่เค้าพ่นมันออกมา มันเต็มไปด้วยสารพิษที่เป็นผลเสียแก่ร่างกาย บางข้อมูลบอกว่ามันเทียบได้กับอาวุธชีวภาพดีๆนี่เองเลยล่ะ มันทำลายทุกชีวิตบนโลกนี้ ทั้งคน สัตว์เีลี้ยง และพืช มีการบันทึกไว้ในปี 2001-2003 ว่าสัตว์เลี้ยงของชาวอเมริกันนั้นไม่ยอมออกจากบ้านในทุกๆพื้นที่ของประเทศอเมริกา  แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้พวกมันคุ้นชินจนยอมรับกับสภาพมลภาวะที่เลวร้ายได้แล้ว

ลองมาดูซิว่าเค้ากำัลังยัดเยียดสารพิษอะไรบ้างในอากาศให้เราหายใจเข้าไป

1.แบเรียมคลอไรด์ (Barium)
     เป็นสารทำลายหัวใจ ประสาท ไต ระบบทางเดินอาหาร ไขกระดูก ม้าม ตับ เมื่อหายใจเอาไอ้สารแบเรี่ยมคลอไรด์เข้าไปจะก่อให้เกิดการระคายเคือง ระดับโปแตสเซียมในโลหิตต่ำกว่าปกติ ทำให้อ่อนเพลีย กล้ามเนื้อไม่มีแรง ท้องอืด คลื่นไส้ ปวดท้อง ความดันโลหิตสูงขึ้น เจ็บคอ หายใจติดขัด และหากระดับโปแตสเซียมต่ำมากๆ จะเกิดอาการกล้ามเนื้อแขนขาอ่อนแรงถึงอัมพาต ถ้าอัมพาตที่กล้ามเนื้อหายใจ จะทำให้หยุดการหายใจ, คลื่นหัวใจผิดปกติ  สัมผัสถูกผิวหนังจะก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง ถ้าสัมผัสนานๆจะทำให้ระดับของโปแตสเซียมในโลหิตลดต่ำลง รวมทั้งมีอาการคลื่นไส้ ปวดท้องเกิดผื่นแดงและปวดได้ มีการทดสอบสารแบเรี่ยมในน้ำ พบว่าในน้ำมีสารแบเรี่ยมปนเปื้อนอยู่มากกว่าที่กำหนดให้ใช้ถึง 3 เท่าเลยทีเดียว

 2.สารหนู (Arsenic)
สารหนูพบได้ในพวกยาฆ่าแมลง เป็นสารก่อมะเร็งที่ผิวหนังและปอด ทำลายตับ ไต ปอด ระบบหายใจ เลือด ก่อให้เกิดเนื้องอกการหายใจเข้าไปจะก่อให้เกิดอันตราย เกิดการระคายเคืองทางเดินหายใจส่วนบน และเป็นพิษเมื่อสารดูดซึมสู่ผิวหนัง

3. สารปรอท
สารนี้มีผลกระทบต่อระบบประสาทส่วนกลาง ถูกจัดให้เป็นสารก่อมะเร็งต่อมนุษย์และเป็นสารก่อมะเร็งในสัตว์ระบบการย่อยอาหาร ไต โลหิต หัวใจ การเจริญพันธุ์ การพัฒนาการของทารกในครรภ์สัมผัสทางหายใจ หายใจเข้าไป จะทำให้ปวดศีรษะ เมื่อยล้า คลื่นไส้ ปวดท้อง ปวดข้อต่อ อาเจียน ท้องผูก นอนไม่หลับ อุจจาระเป็นเลือด การสะสมของตะกั่วทำให้เป็นโรคแพ้พิษตะกั่ว 

4. Aluminum 
     จากการทดลองในสัตว์พบว่า เซลล์สมองของสัตว์ที่ได้รับอลูมินั่นนั้นโดนบล๊อค เกิดภาวะสมองเสื่อม เพราะความเป็นพิษของอลูมิเนียมทำให้เกิดการสูญเสียความทรงจำ ทำให้เป็นอัลไซเมอร์ และยังส่งผลทำให้ระบบขับถ่ายแย่ลงด้วย


นอกจากนี้ยังพบโรคที่เกิดจาก Chemtrail อีก คือ  Morgellons disease คือโรคที่มีไฟเบอร์อยู่ใต้ผิวหนัง ไปเจอข้อมูลในเว็บหมอชาวบ้าน บอกว่าโรคนี้ไม่มี๊ ไม่มีจริง คนป่วยคิดไปเองว่าตัวเองน่ะมีไฟเบอร์ใต้ผิวหนัง  แล้วก็พยามแคะแกะเกา เอาไฟเบอร์ออกมาให้ได้  แต่จากเว็บต่างประเทศ บอกว่าโรคนี้เป็นเรื่องจริง ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ที่มือ เค้าไปหาหมอและพบไฟเบอร์จริงๆ แบบในรูป  และนักวิทยาศาสตร์ก็เป็นคนวิเคราะห์เส้นใยไฟเบอร์ที่ว่านี้ และก็ต้องต๊กใจหลังจากพบว่าไอ้เจ้าไฟเบอร์ที่พบนั้น เป็นเส้นใยลึกลับไม่เคยพบเห็นไฟเบอร์ประเภทนี้มาก่อน ! ลองดูรูปไฟเบอร์ส่องกล้องนี้



คนที่เป็นโรคนี้นั้นถือว่าโชคร้ายสุดๆนะ เพราะนอกจากจะมีไฟเบอร์ประหลาดมาอยู่ใต้ผิว ไปหาหมอยังโดนบอกว่าเป็นโรคจิตคิดไปเอง ไหนจะต้องเสียเงินค่ายารักษาโรคจิต ยังต้องกลับบ้านมาแคะออกเองอีก สาธุ ขออย่าได้เกิดกับเฟิร์สเลย เฮ้อ..

เหตุผลนึงที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นจริง แต่จากข้อมูลหลายๆข้อมูลที่พบเกี่ยวกับ Chemtrails  บอกว่า 1 เหตุผลหลักที่เราโดนยัดเยียดสารพิษพวกนี้ ก็คือการสมคบคิดกันระหว่างโรงพยาบาลกับรัฐบาล เพราะเมื่อ วันนึงเกิดเราป่วยขึ้นมา ก็ต้องไปหาหมอ เสียค่ารักษาพยาบาล  เพราะจริงๆแล้วหมอก็คือนักธุรกิจที่หากินกับคนป่วย  คงไม่ใช่ความฝันสูงสุดของอาชีพหมอ ที่จะให้โลกนี้จะมีแต่คนสุขภาพดี

อีกหนึ่งเหตุผลก็คือ เพื่อการลดจำนวนประชากร ที่ตอนนี้กำลังดำเนินการลดอยู่ตามเป้าหมายที่ต้องการลดลง 80 % เลยทีเดียว (Georgia Guidestones)


น่าแปลกใจ ที่คนไทยส่วนใหญ่เหมือนจะตาบอด แม้แต่ในเว็บพันทิพที่ดังๆในห้องหว้ากอ ที่ดูเหมือนจะชอบค้นหาความจริง ก็ยังไม่มีใครพูดถึงมัน เคยพยามโพสต์เกี่ยวกับเรื่องนี้หลายครั้งนะ แ่ต่ก็เงียบยิ่งกว่าเป่าสาก ..

แต่ถ้าคุณเสิร์ชดูหาคำว่า Chemtrails ใน Google เอย YouTube เอย คุณจะพบข้อมูลมหาศาล  ลองเริ่มจากแหงนหน้ามองขึ้นฟ้าทุกๆวัน คุณจะเห็นมันแน่ๆ  ทั่วโลกเค้าตื่นตัวกันมากแล้วค่ะ และเค้ากำลังรณรงค์ให้หยุดการกระทำทุเรศนี้ให้จงเร็วซะที

สิ่งที่เราทุกคนทำได้ในตอนนี้ก็คือพยายามกระจายข้อมูลให้เพื่อนๆของคุณหรือคนที่คุณรู้จัก ให้ได้รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ คุณเองก็ควรที่จะค้นหาข้อมูล อัพเดทตัวเองเกี่ยวกับเรื่องนี้มากๆ และอย่าลืมแหงนหน้ามองบนฟ้าเื่รือ่ยๆ เพราะอย่างน้อยคุณก็จะได้รู้ ได้เห็นเองว่า Chemtrails นั้นมันมีอยู่จริงหรือไม่ และเค้าทำมันตอนไหน เยอะขนาดไหน



...ขอลาไปด้วยภาพ Chemtrails ที่ภูเก็ต  
มีฝรั่งคนนึงใช่ชื่อว่า Robinhoodlum เค้าเก็บภาพไว้ได้แล้วเอามาลงในยูทูป  เค้าพูดบรรยายภาพตลอดและมีคำเขียนอธิบายใต้ภาพด้วย ถึงเค้าไม่ได้บอกว่าเค้ารู้สึกยังไง แต่ก็พอจะเข้าใจว่าคงรู้สึกไม่ต่างกัน ความรู้สึกที่เวลาเห็นไอ้เครื่องบินมันกำลังพ่น Chemtrails   หรือจะเห็นตอนที่มันทำเสร็จแล้วก็ตาม มันเกิดความรู้สึกโกรธในใจ สลด หดหู่ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เป็นความอึดอัดที่โคตรแย่จริงๆ