ad code

Thursday, February 3, 2011

Raw Food มังสวิรัติแบบกินสดสำหรับคนฉลาดรักสุขภาพ


สวัสดีค่ะท่านผู้อ่าน ^_^

ขอบคุณที่คลิกเข้ามาดู  blog ของ เฟิร์สมีไฟ First on Fire นะคะ อิอิ
ตอนนี้ เฟิร์สมีไฟ กำลังไฟแรงเกี่ยวกับเรื่องการกินเพื่อสุขภาพค่ะ เพราะว่าตัวเฟิร์สเองก็เริ่มกินแบบนี้ได้เกือบๆครึ่งปีแล้ว และรู้สึกได้เลยว่ามันดีจริงอะไรจริง เลยอยากแนะนำให้รู้จักวิธีการกินแบบ Raw vegan หรือ Raw food สำหรับคนที่รักสุขภาพและฉลาดที่จะเลือกเฉพาะสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเองนะคะ


Raw First
จากประสบการณ์ของเฟิร์สเอง

เฟิร์สเคยเป็นมังสวิรัติแบบ cooked คือกินแบบปรุงสุกมาได้ ประมาณเกือบๆปีครึ่้งได้นะ ตอนแรกกะว่าจะลองกินดูซัก 2 อาทิตย์ ว่าไหวมั้ย กะว่าจะกินเพื่อลดความอ้วนเฉยๆ แต่แค่ 1 อาทิตย์แรก เฟิร์สก็ประทับใจ และเห็นการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง หายจากกรดไหลย้อน ท้องอืดท้องเฟ้อ เรอสั่งได้ ทั้งๆที่แต่ก่อนจะเรอแต่ละทีต้องพยามอย่างมาก รู้สึกว่าตัวเบา ไม่อึดอัดเหมือนก่อน น้ำหนักก็ลดลงบ้างแต่ไม่มากเท่าไหร่ ก็คือยังอ้วนอวบอยู่เหมือนเดิม หง่ะ -*-  เป็นเพราะยังกินแป้งกินของทอดกินขนมจุบจิบอยู่ แต่ก็รู้สึกว่าได้ทำอะไรดีๆให้ตัวเองระดับนึงแล้ว วู้ ( ^ ^ )V
แต่ปัญหาอย่างนึงที่ยังแก้ไม่หายก็คือยังเป็นริซซี่อยู่(ริดสีดวงอะ ง่า) ก็คือมีเลือดออกมาเวลาถ่าย ทั้งๆที่กินแบบนี้มา 1 ปีแล้วก็ยังคงไม่หาย

และนี่ก็แอบเป็นสาเหตุนึงที่อยากลองกิน Raw food ดู เพราะอยากรู้ว่าจะช่วยด้วยมั้ย ถือเป็นแรงจูงใจอย่างนึงค่ะที่ทำให้หันมาลองกิน raw food และพอได้ลองกินดูก็ชอบ เพราะพอลองไปได้ 1 อาทิตย์ ก็เริ่มรู้สึกได้ว่ามีพลังงานมากขึ้น ตื่นเช้ามาก็กระปรี่กระเปร่า พอกินไปได้ 1 เดือน สิ่งที่เห็นชัดๆก็คือน้ำหนักลดลงเรื่อยๆ แล้วก็หิวน้อยลง  ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเฟิร์สต้องมีอะไรกินที่โต๊ะทำงาน แบบว่าปากต้องมีอะไรให้เคี้ยวตลอด แต่พอเรากินแต่ผักผลไม้มันทำให้ไม่อยากกินขนมกรุบกรอบอีกเลย และถ้าหิวก็จะกินผลไม้แทน รู้สึกดีทั้งร่างกายและจิตใจ ตอนนี้ก็เกือบ 4 เดือนแล้ว รูปร่างดีขึ้นเืืพื่อนๆทักว่าผอมลงผิวดีขึ้น เย่ แถมตอนถ่ายก็ไม่มีเลือดออกมาแล้ว แม้ว่าตอนนี้เฟิร์สจะไม่ได้เป็น Raw food 100% แค่เพิ่มผักผลไม้สด ลดอาหาร cooked ร่างกายก็เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นมากๆเลยแหละ

ลองมารู้จักกันว่า Raw food มันคืออะไร ทำไมเฟิร์สถึงอยากแนะนำ

Raw food หรือ Raw vegan  ถ้าเรียกแบบภาษาบ้านเรามันก็คือ การกินมังสวิรัติแบบกินสดๆโดยที่ไม่ผ่านความร้อนเกิน 42 องศาเซลเซียส ฟังดูยุ่งยากใช่มั้ย แล้วทำไมต้องห้ามเกิน 42 ด้วยล่ะ?

เพราะการที่อาหารโดนนำไปผ่านความร้อนที่อุณหภูมิเกิน 42 องศาเซลเซียสจนสุก หรือเรียกว่าอาหารที่ตายแล้ว  ความร้อนจะทำลายสารอาหารถึง 95% เหลือแค่เพียง 5 %ที่ร่างกายได้รับ ร่างกายจะต้องดึงเอาเอ็นไซมในร่างกายมาย่อยอาหารปรุงสุกที่คุณกินเข้าไปอีก  

ความสำคัญของเอ็นไซม์ที่คุณต้องรู้

ปกติร่างกายจะสร้างเอ็นไซม์ได้เอง  แต่ความจริงแล้วเอ็นไซม์ก็เปรียบเสมือนเงินในธนาคารที่ใช้แล้วหมดไป เอ็นไซม์จะหมดไปเรื่อยๆตามอายุของเรา ลองสังเกตดูสิ พวกคนมีอายุชอบบ่นว่าพออ้วนแล้วลดยาก เป็นเพราะว่าเอ็นไซม์เริ่มน้อยลง ส่งผลให้ระบบเผาผลาญไขมันทำงานช้าลด้วย 


ประเภทของเอนไซม์

Raw Pizza
 - เอนไซม์ย่อยอาหาร (Digestive Enzyme)  ใช้ย่อยและดูดซึมอาหารที่กินเข้าไปทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่มีคุณค่า แปลว่าถ้าไม่มีเอ็นไซม์ สารอาหารต่างๆที่เราได้รับจากอาหารนั้นก็สูญเปล่า
 - เอนไซม์ในการเผาผลาญพลังงาน เรียกว่า เมตาบอลิค เอนไซม์ (Metabolic Enzyme ) เป็นเอนไซม์ที่ผลิตในเซลล์และเนื้อเยื่อต่างๆในร่างกาย ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีเพื่อการเผาผลาญสารอาหารและสร้างพลังงาน สร้างภูมิต้านทาน สร้างความเจริญเติบโต ตลอดจนซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของอวัยวะต่างๆ


Raw Vegan Sushi
เพราะแบบนี้ ชาว Raw food หรือเรียกว่า Raw foodist ก็จะหลีกเลี่ยงไม่ทานอาหารที่ต้องทำให้สุกก่อนถึงจะกินได้ นั่นก็คือพวกแป้ง อย่าง ข้าว ขนมปัง และเนื้อสัตว์ และผักผลไม้ที่โดนปรุงสุกแล้ว  แบบนี้คนอ่านอาจจะแอบงงว่าแล้วจะกินอะไรได้บ้างล่ะเนี่ยชีวิต นี่คือสิ่งที่คุณกินได้


- ผัก ผลไม้สด อันนี้ก็คุ้นเคยกันดีอยู่แล้วกินกันมาตั้งแต่เด็ก แต่ชอบกินผักแบบสุกเปื่อยกันมากกว่า
- ถั่ว เมล็ดธัญพืช ทั้งสองอย่างนี้เราคุ้นเคยกับการกินแบบทอด ต้ม อบ แต่จริงๆแล้วคุณอาจจะไม่ทราบกันว่าทั้งถั่วและธัญพืชนั้นก็กินแบบดิบๆได้ อีกทั้งยังเอาไปแช่น้ำให้มันเกิดรากงอกออกมา อันนี้ยิ่งดีเพราะว่ามันกำลังสร้างเอ็นไซม์ เรียกกันว่า Living Food คืออาหารมีชีวิตนั่นเอง
Raw Cheesecake
- อาหารแห้ง  ( เป็นอาหารที่ถูกทำให้แห้งโดยใช้ความร้อนจากแสงอาทิตย์ ) อาหารแห้งเหล่านี้ มีสารอาหารปริมาณมากกว่าอาหารสด เช่น  ลูกพรุน  ผักผลไม้ตากแห้ง
- อาหารหมัก (Cultured Food)  โดยอาหารหมักนี้จะมีเชื้อแบคทีเรีย สายพันธุ์อซิโดฟิลลัสที่เจริญเติบโตในธรรมชาติ มีประโยชน์กับระบบย่อยอาหารของมนุษย์อย่างมาก เพราะจะเข้าไปช่วยย่อยอาหารในร่างกาย ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารไปใช้ได้อย่างเต็มร้อย การเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่มีประโยชน์เหล่านี้ยังมีผลให้แบคเรียที่เป็น พิษต่อระบบย่อยอาหารไม่สามารถเจริญเติบโตได้ โอกาสในการเกิดโรคอาหารเป็นพิษจึงลดลง  ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดอาหารประเภทนี้ คือกิมจิของชาวเกาหลี เต้าหู้บางชนิดของชาวจีน มิโซของชาวญี่ปุ่น

- น้ำผักผลไม้คั้นสด หรือแยกกาก อันนี้ไม่ใช่แบบเป็นกล่องๆแน่นอน เพราะแบบนั้นเค้าจะแถมน้ำตาล + สารกันบูดให้ด้วย ไม่ดีแถมแอบแพง


Raw Vegan Ice-cream
-sprout หรือผักงอก ก็เหมือนถั่วงอกอะแหละ แต่ถ้าเป็นผักงอกชนิดอื่นอาจจะไม่ค่อยคุ้นกันนักสำหรับบ้านเรา แต่พวกเมืองนอกเค้ากินกันมานานเป็นสิบปีแล้วค่ะ พวกมันเกิดจากต้นอ่อนของพืชที่งอกจากเมล็ดที่มีคุณภาพดี ไม่มีสารพิษสะสมอยู่ในเมล็ดพันธุ์ ไม่มีการตัดต่อทางพันธุกรรม สามารถนำมารับประทานได้สดๆ มันจึงอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ เช่น เอนไซม์ก็จะมีเพิ่มมากขึ้น เพราะผลพวงขณะกำลังจะงอก เมล็ดพืชที่ประกอบไปด้วยแป้ง จะต้องถูกเอนไซม์ภายในตัวของมันเอง สลายแป้งออกมาเป็นพลังงานให้ต้นอ่อนงอกออกมา


Green Juice
ถ้าพูดถึง sprout แล้ว ต้องพูดถึงคลอโรฟิลล์ (Chlorophyll) ด้วย คุณสมบัติพิเศษของคลอโรฟิลล์ก็คือช่วยสังเคราะห์แสงในพืชนี่เอง ชาว raw food จึงเชื่อว่าหลักการดังกล่าวก็สามารถนำมาใช้ในระบบร่างกายมนุษย์ โดยคลอโรฟิลล์จะถูกดูดซึมทันทีที่เข้าสู่ร่างกายและทำหน้าที่เป็นเหมือนเซลล์เม็ดเลือดแดง ช่วยให้อัวยวะต่างๆ ในร่างกายได้รับออกซิเจนได้ดี  อย่าง วีทกลาส (Wheat Grass) น้ำคั้นจากต้นอ่อนข้าวสาลี ก็เป็นเครื่องดื่มที่ฮิตมากๆ น้ำคั้นเขียวๆที่เฟิร์สลองแล้วรสชาติอร่อย หวาน แต่กลิ่นรับไม่ไหว เหม็นเขียวยิ่งกว่ามีหญ้า 5 ไร่  มาถมอยู่ในปาก แต่สรรพคุณมันดีมากๆ ครั้งหน้าจะจำใจลองกินดู เพื่อสุขภาพอันนี้ต้องสู้ต่อไป ไป ไป 

อาหารสดทั้งหมดที่กล่าวมา ขอแนะนำว่าควรเป็นแบบออร์แกนิคนะคะ เพราะไม่งั้นจะได้สารพิษยาฆ่าแมลงมาด้วย อันนี้ไม่  Healthy แน่ 

Raw food เป็นวิธีกินที่จะช่วยให้ท่านๆมีสุขภาพที่ดีขึ้นก็จริงตามที่บรรยายมาข้างต้น แต่ไม่ไ้ด้บอกนะคะว่า ทุกคนต้องเปลี่ยนการกินมาเป็นแบบนี้ เพราะการคิดแบบนี้ก็ถือว่าแย่ต่อตัวเองเพราะไปกดดันบังคับฝืนใจตัวเองอีก ให้คิดว่าเมื่อคุณพร้อมที่จะลองทำ ลองเปลี่ยนวิธีการกิน ก็ทำตอนที่พร้อมแล้ว เพราะจริงๆแล้ว Raw Food มันเป็นแค่อีก 1 ทางเลือกของวิธีการกิน ผลลัพท์จะดีหรือไม่ดี คุณจะรู้ได้เองหลังจากลองแล้ว


ครั้งหน้าเฟิร์สจะเขียนเกี่ยวกับ Raw food  กับการลดน้ำหนัก สาวอวบสาวอ้วนที่อยากลองวิธีนี้อย่าพลาดชม

11 comments:

Thinnakorn said...

พิมพ์ไปยาว แต่ไม่ขึ้นเซงเลย เคยอ่านตำราการทานผักสด จะช่วยเพิ่มพลังชีวิตด้วยครับ แต่รอโอกาศหน้านะครับ

ผมชอบทานผักสดนะ ห่วงแค่พยาธิ เท่านั้น

อ้อ สาวอวบน่ารักดี น่ากอด อย่าผอมมากไปนะครับ ห่วงๆๆ

First said...

สวัสดีค่ะคุณอ๊อด

ผักสดผลไม้สด คืออาหารเพิ่มพลังชีวิตอย่างที่คุณอ๊อดบอกค่ะใช่เลย แต่ไม่เกี่ยวกับชีวิตพยาธินะคะ อิอิ
เฟิร์สเคยดูคลิปในยูทูปเกี่ยวกับพยาธิ เค้าบอกว่าจริงๆแล้วพยาธิมันอยู่ทุกที่เลยค่ะ และมันมีอยู่หลายชนิดไม่ได้อยู่แต่ในอาหารด้วยนะ อย่างเช่นในห้องน้ำสาธารณะ,ตู้ATM ,ตู้โทรศัพท์,ปุ่มกดลิฟต์ ที่จับประตู ฯลฯ เพราะฉะนั้นไม่ว่าคุณจะกินแบบไหนคุณก็มีสิทธิได้รับพยาธิทั้งสิ้น

แต่ถ้าอยากมั่นใจว่าผักสดที่คุณจะกินนั้นไร้พยาธิ ก็ต้องล้างผักให้สะอาดก่อนกินค่ะ ถ้าเป็นพวกกะหล่ำ แบบพวกผักสลัด แนะนำให้ลอกเปลือกชั้นนอกทิ้งไป รอบๆใบที่มีรอยกัดก็ควรตัดขอบทิ้งไปด้วย ถ้าเป็นผักอื่นก็ควรล้างน้ำสะอาดหลายๆครั้ง ล้างด้วยการใช้น้ำก๊อกไหลผ่านผักสดนานอย่างน้อย 2 นาที หรือถ้าอยากได้แบบชัวร์ๆเลยก็มีวิธีให้เลือกถึง 5 วิธี
1. ใช้น้ำเกลือ (เกลือ 2 ช้อนโต๊ะพูนต่อน้ำ 4 ลิตร)
2. ใช้น้ำคลอรีน(ละลายผงปูนคลอรีน ½ ช้อนชา ต่อน้ำ 20 ลิตร และใช้อย่างระมัดระวัง)
3. ใช้น้ำส้มสายชู (ใช้น้ำส้มสายชู ½ ถ้วยต่อน้ำ 4 ลิตร)
4. ใช้น้ำโซดา (โซเดียมไบคาร์บอเนต 1 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 4 ลิตร)
5. ใช้น้ำยาล้างผัก (ตามวิธีที่ผู้ผลิตแนะนำ)

ขอให้มีสุขภาพดีค่ะ

Thinnakorn said...

โอ้วๆๆๆ ท่าทางจะเคยอ่านเรื่องพลังชีวิต แล้วสิครับ เรืองการฝึกกำลังภายใน หยินหยาง หรือฝึกสมาธิ พลังจิต มันมีหลายเรื่องที่คล้ายๆกัน ส่วนตัวมีประสบการณ์กับเรื่องแบบนี้ด้วย แต่ เล่าไปก็ตลก แปลกๆ

เรื่องพยาธิก็จริงครับ มีทุกที่ เราเลี้ยงสัตว์ไว้ในบ้าน เวลาน้องหมาแมว อึกมาก็มีพยาธิลอยในอากาศ นึกไปแล้วก็อย่าไปกลัวเลยเนอะ 55

แต่ก่อนเวลาทานผักสด ล้างอย่างดี เดี๋ยวนี้ ขี้เกียจแช่น้ำเกลือ น้ำส้มสายชูแล้วครับ ให้ร่างกายมีภูิมิบ้าง ก็อ้างไปเรื่อย ตามประสาคนขี้เกียจอะนะ

ขอให้คุณเฟริ์สมีสุขภาพกายใจ แข็งแรงๆ เช่นกันครับป๋็มๆๆๆ ^_^

Thinnakorn said...

กรรม เม้นไปยาว ตะกี๊ขึ้น มาดูอีกที หายไปซะงั้น งงอะ

แต่ก่อนผมก็ล้างแบบข้างบน เดี๋ยวนี้ขี้เกียจล้างนานแล้วครับ เวลาน้อย อ้างไปเรื่อยๆ

คุณเฟริ์สคงเคยอ่านเรื่อง พลัีงชีวิต จากการทานผักสด เรื่องหยิงหยางมาแล้วแน่ๆเลยใช่มั๊ยครับ

Anonymous said...

คุณเฟิร์สค้าบ ถ้าผมอยากขอความอนุเคราะห์ข้อมูลจากคุณเฟิร์สในเรื่องของการกินอาหารเพื่อสุขภาพ จะได้รึเปล่าครับ รบกวนติดต่อกลับด้วยนะครับ emmaxz.design@gmail.com

Anonymous said...

เพื่อทำวิทยานิพนธ์น่ะครับ ขอความกรุณาด้วย ^^

First said...

เฟิร์สเขียนเกี่ยวกับ raw food สองเรื่องนะคะ คือเรื่องนี้กับเรื่องลดความอ้วนด้วย Raw food ถ้าคุณอยากใช้ข้อมูลก็ตามที่เฟิร์สเขียนไว้เลยค่ะ
ในอนาคตอยากจะเขียนเพิ่มเกี่ยวกับ Raw food กับการรักษาโรคต่างๆด้วยค่ะ
อยากทราบอะไรเพิ่มก็ถามได้เลยค่ะในบล็อกนี่แหละ เผื่อว่าคนที่สนใจจะได้อ่านได้ด้วยค่ะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ

aodbu said...

ดีครับ เผยแพร่สิ่งดีๆให้ผู้อื่น

Noppadol Kijjanon said...

ดีใจที่มีคนไทยสนใจกินแบบRaw food เหมือนกัน จะได้ช่วยกันแชร์ความรู้และผลที่ได้รับจากการกินแบบ Raw food ผมยังไม่ถึง100% ในการกินแบบนี้ แต่คาดว่าอีกไม่นานคงทำได้ ตอนนี้เริ่มปลูกผักและผลไม้ใว้แล้ว เพื่อที่จะได้มั่นใจได้ว่าได้กินผักผลไม้แบบปลอดสาร100% เป็นเรื่องยากที่จะรู้ได้ว่าผักหรือผลไม้ในท้องตลาดนั้นปลอดสารผิดหรือไม่ดังนั้นถ้าเลือกได้โปรดเลือกกินแบบปลอดสารพิษหรือที่เรียกว่าเกษตรอินทรีย์ไม่ว่าจะเป็นผลไม้หรือพืชผักอะไรต่างๆ มีงานวิจัยอยู่หลายชิ้นพบว่าอันตรายของสารกำจัดศตรูพืช สามารถก่อความเสียหายอย่างรุนแรงในพัฒนาการระบบประสาทในเด็ก นอกจากนั้นอาหารอินทรีย์ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระมากขึ้นที่เรียกว่า flavonoids ซึ่งเป็นสารที่ดีสามารถป้องกันโรคเรื้อรังต่างๆเช่นโรคมะเร็งและโรคหัวใจ มากไปกว่านั้นเกษตรอินทรีย์ยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ดั้งนั้นเพื่อสุขภาพของเราและสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีช่วยกันรนณรงค์เลือกกินแบบเกษตรอินทรีกันดีกว่าครับ

Nannie Buranasiri said...

ขอบคุณที่แบ่งปันค่ะ หา blog นี้เจอจากคำว่า alkaline food ค่ะ ติดตาม Durianrider กับ freelee เหมือนกันค่ะ ยังทำไม่ได้ แต่ก็จะพยายามค่า =)

First said...

การเปลี่ยนเป็น Raw Vegan 100% แบบฟรีลี่กับฮาร์ลี่ยากเหมือนกันค่ะโดยเฉพาะตอนเริ่ม ค่อยๆไต่ระดับไปก็ได้ค่ะถ้าไม่พร้อมจะหักดิบ ค่อยๆเพิ่มผลไม้ผักสด ลดเนื้อสัตว์ นม ไข่ ชีส ลงเรื่อยๆ พอร่างกายเริ่มชินกับการอิ่มแบบเบาตัวแล้วมันจะไม่อยากกินอาหารแย่ๆที่อิ่มแน่นท้องไปเองค่ะ เปลี่ยนนิสัยการกินไปเองแบบอัตโนมัติ เป็นกำลังใจให้นะคะสู้ๆค่ะ